| นายกฯ อนุทิน ชูจุดแข็งไทย "Industrial Depth" ดึงต่างชาติลงทุน ย้ำไทยพร้อมเปลี่ยน 4 ความท้าทายโลกทั้งภูมิรัฐศาสตร์-เทคโนโลยี-สภาพภูมิอากาศ-โครงสร้างประชากร เป็นโอกาสใหม่ ปักหมุด 4 ยุทธศาสตร์ เดินหน้าแก้กฎหมาย 7,000 ฉบับ ลดอุปสรรคภาคธุรกิจ ยกระดับมาตรฐานสู่สากล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงาน ปาฐกถาพิเศษ "Thailand’s Offer to the World" ในงานประชุม The Bangkok Business Summit 2026 ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงใน 4 ด้าน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics), เทคโนโลยี (Technology), สภาพภูมิอากาศ (Climate) และโครงสร้างประชากร (Demographics) ซึ่งสำหรับประเทศไทยแล้ว การหยุดนิ่งอยู่กับที่เท่ากับถอยหลัง โดยรัฐบาลมองว่าความท้าทายเหล่านี้คือโอกาสในการปรับปรุงประเทศไทยให้แข็งแกร่งและยืดหยุ่นกว่าเดิม ผ่านการสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้ง และการเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตข้ามภูมิภาคโดยใช้ความเข้มแข็งของอาเซียนเป็นฐาน ปักหมุด 4 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน New Economy ประเทศไทยได้วางยุทธศาสตร์สำคัญ 4 ประการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว ดังนี้ 1. กระชับพันธมิตร-ชูอาเซียนเชื่อมโยงโลก ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่แตกแยกเป็นส่วนๆ ไทยจะเดินหน้ายุทธศาสตร์ ไม่แยกตัวโดดเดี่ยว แต่จะมุ่งสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับพันธมิตรที่หลากหลายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยใช้ความแข็งแกร่งของอาเซียน (ASEAN) เป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและห่วงโซ่การผลิตข้ามภูมิภาค เพื่อขยายโอกาสทางการค้าให้ครอบคลุมในระดับสากล 2. ยกระดับ AI จาก "ผู้ใช้" สู่ "ผู้สร้างนวัตกรรม" ในด้านเทคโนโลยี รัฐบาลตั้งเป้าให้ไทยเป็นมากกว่าเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการลงทุนใน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างองค์ความรู้และทักษะภายในประเทศ มุ่งเน้นการเสริมศักยภาพแรงงานและกลุ่ม SME ให้สามารถเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ธุรกิจไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน 3. พลิกวิกฤตกรีนเป็นโอกาสการลงทุนใหม่ สำหรับประเด็นสภาพภูมิอากาศ ไทยมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่เพียงต้นทุน หรือ ความท้าทาย แต่คือโอกาสในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ ผ่าน "Climate Finance" เพื่อนำทรัพยากรระดับโลกมาพัฒนาพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น รวมถึงการใช้นวัตกรรมธรรมชาติในการแก้ปัญหา ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนและธุรกิจปรับตัวได้ พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศในระยะยาว 4. ปั้น "Longevity Economy" รับสังคมสูงวัย ในมิติของโครงสร้างประชากร รัฐบาลเตรียมปรับโมเดลเศรษฐกิจเพื่อรับมือสังคมสูงวัย โดยมองว่าอายุที่ยืนยาวขึ้นคือโอกาสใหม่ ไม่ใช่ภาระ โดยจะเร่งสร้างเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) ที่สนับสนุนให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพดี มีทักษะ และยังคงมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ พร้อมเชื่อมโยงสู่โอกาสในอุตสาหกรรมสาธารณสุข Wellness การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องยนต์ตัวใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย "เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนความท้าทายระดับโลกให้กลายเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แข่งขันได้ และมีความยืดหยุ่น พร้อมสำหรับการเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญของโลก" นายอนุทินกล่าว ชูจุดขาย "Industrial Depth" มากกว่าแค่ทำเลทอง ชวนพารืทเนอร์โลกร่วม "Build with Thailand" นายอนุทิน ย้ำว่าประเทศไทยมีข้อเสนอที่แตกต่างจากประเทศอื่น คือการมีความลึกซึ้งทางอุตสาหกรรม (Industrial Depth) โดยนักลงทุนที่เข้ามาไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ เพราะไทยมีคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร รวมถึงระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงตลาดประชากรหลักพันล้านคนในภูมิภาคอาเซียน "เป้าหมายของเราคือการเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมสร้างอนาคต ผมจึงขอเชิญชวนนักลงทุนทั่วโลก ไม่ใช่แค่มาสร้างโรงงานในไทย (Build in Thailand) แต่มาร่วมสร้างไปพร้อมกับประเทศไทย (Build with Thailand)" นายอนุทิน กล่าว เร่งยกเครื่องกฎหมาย 7,000 ฉบับ สร้างความเชื่อมั่นระดับสากล ในด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ รัฐบาลกำลังเร่งทบทวนกฎระเบียบและข้อบังคับรองกว่า 7,000 ฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศสู่สากล ทั้งนี้ ประเทศไทยเตรียมโชว์ศักยภาพความพร้อมในฐานะเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group ปี 2026 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศต่อชาวโลกว่าประเทศไทยเปิดกว้างและพร้อมสนับสนุนทุกการลงทุนที่สร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ
อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |