ตลาดโลกจับตาดอกเบี้ย BOJ - หวั่นบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นพุ่งซ้ำรอยปีก่อน

รูป ตลาดโลกจับตาดอกเบี้ย BOJ - หวั่นบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นพุ่งซ้ำรอยปีก่อน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 69 17:15 น.

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญในการประชุมเดือนมิถุนายน ระหว่างการพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับขึ้นแรงเหมือนช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นนี้ไม่เพียงกระทบตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงค่าเงินเยน หุ้นโลก ทองคำ และกระแสเงินทุนในตลาดการเงินโลกอย่างกว้างขวาง

นักลงทุนกำลังจับตาว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ระยะยาวขยับตามหรือไม่ โดย BOJ พยายามสื่อสารว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในอนาคต และอาจทำให้ term premium แคบลงได้ หากตลาดเชื่อว่าเงินเฟ้อจะไม่เร่งตัวมากเกินไป ยีลด์ระยะยาวก็อาจไม่จำเป็นต้องไล่ตามดอกเบี้ยระยะสั้นเสมอไป

บทเรียนจากการขึ้นดอกเบี้ยครั้งก่อน

อย่างไรก็ตาม ตลาดญี่ปุ่นยังไม่ลืมบทเรียนจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.5% เป็น 0.75% ในการประชุมวันที่ 19 ธันวาคม ซึ่งส่งผลให้บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีปรับขึ้นจากราว 1.8% ในปลายเดือนพฤศจิกายนไปอยู่แถว 2% และก่อนที่บอนด์ยีลด์ระยะยาวของญี่ปุ่นจะแตะ 2.8% ชั่วคราว ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 29 ปีครึ่ง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนระวังมากขึ้น เพราะเมื่อยีลด์ JGB ขยับขึ้น แรงส่งจะกระจายไปยังสินทรัพย์ทั่วโลก ทั้งหุ้นกลุ่มเติบโตที่มีมูลค่าขึ้นกับกระแสเงินสดระยะยาว สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ รวมถึงการประเมินทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ ยังมีแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อพอร์ตลงทุนแบบ Multi-Asset

สำหรับการลงทุนแบบ Multi-Asset ประเด็นนี้มีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะหากยีลด์พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับขึ้นแรง จะสะเทือนทั้งตลาดหุ้น ค่าเงิน และสินทรัพย์ปลอดภัย นักลงทุนจึงต้องมองภาพรวมของเส้นอัตราผลตอบแทน ไม่ใช่พิจารณาเพียงการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ แบบแยกส่วน

BOJ ส่งสัญญาณว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกจากราคาน้ำมันและนโยบายการคลังกำลังสะท้อนอยู่ในยีลด์พันธบัตรอยู่แล้ว กล่าวคือ แม้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะขยับขึ้น ยีลด์ระยะยาวก็ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นตามเสมอไป หากตลาดมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวในระยะยาว ข้อความนี้ช่วยลดความเข้าใจผิดว่าทุกครั้งที่ BOJ ขึ้นดอกเบี้ย บอนด์ยีลด์ต้องพุ่งทันที

ปัจจัยเสี่ยงจากเงินเฟ้อโลกและดอกเบี้ยสหรัฐฯ

ความกังวลของตลาดไม่ได้มีแค่นโยบายการเงินของญี่ปุ่น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ความกังวลด้านการคลัง และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังเป็นแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ทั่วโลก หากต้นทุนเงินทุนโลกสูงขึ้นต่อเนื่อง หุ้นกลุ่มเติบโตและสินทรัพย์ที่อิงกระแสเงินสดระยะยาวมักเผชิญแรงกดดันมากกว่ากลุ่มเชิงรับ

ในฝั่งสัญญาณจาก BOJ นั้น Junko Koeda กรรมการ BOJ ระบุเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมว่า ความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกจากน้ำมันและนโยบายการคลังกำลังถูกสะท้อนอยู่ในยีลด์พันธบัตรรัฐบาล และแม้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะขยับขึ้น ยีลด์ระยะยาวก็ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นตามเสมอไป มุมมองนี้ตอกย้ำว่าตลาดไม่ควรตีความการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ แบบตรงตัวจนเกินไป

ผลต่อเยน หุ้นเอเชีย และนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย BOJ มีผลทางอ้อมต่อสินทรัพย์หลายกลุ่ม โดยเฉพาะ หุ้นส่งออก และ ค่าเงิน หากเยนยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง จากการลดขนาดการซื้อพันธบัตรของ BOJ ที่ชะลอลง หรือจากสภาพคล่องส่วนเกินที่หายช้ากว่าเดิม อาจกระทบโครงสร้างเงินทุนในเอเชียและความสามารถแข่งขันของผู้ส่งออกญี่ปุ่น ซึ่งท้ายที่สุดอาจสะท้อนมายังหุ้นเอเชียและหุ้นไทยบางกลุ่มด้วย

ในเชิงภาคธุรกิจ หุ้นไทยที่อาจได้รับอานิสงส์ทางอ้อม หากยีลด์โลกทรงตัวและเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงน้อยลง คือกลุ่มที่มีรายได้ในประเทศและไม่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยโลกมากนัก เช่น กลุ่ม Defensive หรือหุ้นปันผล ขณะที่กลุ่มที่ไวต่ออัตราดอกเบี้ยและกระแสเงินทุนต่างชาติอาจเผชิญแรงกดดัน หากบอนด์ยีลด์ต่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

BOJ ทบทวนแผนลดซื้อ JGB ในเดือนมิถุนายน

อีกประเด็นสำคัญคือ BOJ จะทบทวนแผนการลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ในการประชุมเดือนมิถุนายนด้วย ปัจจุบันหากเดินหน้าตามแผนเดิม ปริมาณซื้อรายเดือนจะลดลงเหลือ 2.1 ล้านล้านเยน ในช่วงมกราคม-มีนาคม 2027 และจะลดลงไปแถว 1 ล้านล้านเยน ต่อเดือนหลังจากนั้น แต่หากชะลอหรือหยุดการ tapering ตลาดพันธบัตรจะได้รับแรงพยุงมากขึ้น

ประเด็นนี้สัมพันธ์กับแนวคิด Flow Follows Yield เพราะหาก BOJ ชะลอการลดซื้อพันธบัตร เงินยังคงไหลเข้าตราสารหนี้ญี่ปุ่นได้มากขึ้น ทำให้บอนด์ยีลด์อาจไม่เร่งขึ้นเร็ว ขณะเดียวกันตลาดอาจมองว่า BOJ กำลังยืดเวลาสภาพคล่องในระบบ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลบางส่วนกังวลว่าอาจทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงเร็วขึ้น

มุมมองต่อทองคำและพันธบัตร

สำหรับ ทองคำ และพันธบัตร นักลงทุนควรมองว่า หากยีลด์ระยะยาวของญี่ปุ่นและยีลด์โลกยังทรงตัวในระดับสูง สินทรัพย์ปลอดภัยที่ไม่ให้ดอกเบี้ยอย่างทองคำอาจเผชิญแรงสลับจากการแข่งขันกับบอนด์ แต่หากตลาดเริ่มเชื่อว่า BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อได้โดยไม่ทำให้ยีลด์ยาวเร่งขึ้นมาก ภาพรวมจะช่วยลดแรงกดดันต่อพันธบัตรระยะยาวบางส่วน

ดังนั้น ผู้ลงทุนควรติดตามทั้งผลประชุม BOJ ท่าทีต่อการซื้อพันธบัตร และสัญญาณจากพันธบัตรสหรัฐฯ ไปพร้อมกัน เพราะการตัดสินใจของ BOJ ครั้งนี้ไม่ได้มีผลเฉพาะญี่ปุ่น แต่ยังส่งแรงสะเทือนไปยัง ค่าเงินเยน ตลาดหุ้นโลก และต้นทุนเงินทุนของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วทั้งภูมิภาค

สรุป ตลาดกำลังจับตา BOJ ไม่เพียงในมิติการขึ้นดอกเบี้ย แต่รวมถึงผลต่อเส้นอัตราผลตอบแทน กระแสเงินทุน และค่าเงินเยน ซึ่งทั้งหมดมีนัยต่อการจัดพอร์ตของนักลงทุนไทยและนักลงทุนทั่วโลกในช่วงเดือนมิถุนายนนี้


แท็กที่เกี่ยวข้อง