สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ค. 69 8:00: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 88.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ หรือ +0.3%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ซึ่งจะครบกำหนดอายุสัญญาในวันศุกร์นี้ ปิดที่ 93.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 58 เซนต์ หรือ - 0.6% ขณะที่งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 72 เซนต์ มาอยู่ที่ 92.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 15:20 น. ตามเวลาสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันปิดไร้ทิศทางในวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) หลังจากซื้อขายที่ผันผวน ท่ามกลางรายงานข่าวที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยล่าสุดแหล่งข่าววงในเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงในภูมิภาคตะวันออกกลางออกไปอีก 60 วัน แต่ยังคงต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่สำนักข่าวทาสนิมของอิหร่านรายงานว่า เนื้อหาในร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ได้ข้อสรุปหรือได้รับการยืนยัน

 

*** กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Headline PCE) พุ่งขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี ในเดือนเม.ย. สูงสุดนับจากเดือนพ.ค. 2023 และเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.5% ในเดือนมี.ค. สอดคล้องกับคาดการณ์ ส่วนเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีขยับขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนมี.ค.

ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานออก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบรายปี สูงสุดนับจากเดือนพ.ย. 2023 และเป็นการเร่งตัวขึ้นจากระดับ 3.2% ในเดือนมี.ค. ขณะที่เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีขยับขึ้น 0.2% หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค.

*** สหรัฐฯ เผยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2026 (ประมาณการครั้งที่สอง) อยู่ที่ 1.6% ต่ำกว่าประมาณการครั้งแรกที่คาดว่า จะขยายตัว 2.0% และมีแนวโน้มจะชะลอตัวลงอีกในไตรมาสที่สอง เนื่องจากสงครามกับอิหร่านเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อและสร้างความตึงเครียดต่อสถานะทางการเงินของภาคครัวเรือน

*** ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนกำลังประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางทหารครั้งใหม่ของอิหร่าน หลังมีรายงานว่า กองทัพอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายที่ไม่มีการระบุแน่ชัดเมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับสัญญาณที่บ่งชี้ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานสามเดือน

  • ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.88% ขณะที่ดัชนี Topix บวก 0.53%
  • ส่วนดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 2.68% และดัชนี Kosdaq ปรับตัวขึ้น 0.25%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.72%
  • ด้านดัชนี Hang Seng ฟิวเจอร์สของฮ่องกง ล่าสุดลดลงมาอยู่ที่ 24,995 จุด ต่ำกว่าระดับปิดตลาดที่ 25,006.16 จุด เล็กน้อย

*** สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าววงในระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อขยายระยะเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน พร้อมทั้งยกเลิกข้อจำกัดในการเดินเรือขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยขณะนี้ยังคงรอการอนุมัติจากผู้นำสูงสุดของสหรัฐฯ และเตหะราน

รายละเอียดของร่างข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดทางให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติในระหว่างที่ตัวแทนของทั้งสองฝ่ายยังคงเจรจาในประเด็นที่ยังขัดแย้งกันอยู่ รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

*** สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานว่า การลงทุนทั่วโลกในโครงการก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10% ในปีนี้ แตะระดับ 330,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ในทางตรงกันข้าม งบประมาณการใช้จ่ายในธุรกิจน้ำมันต้นน้ำหรือธุรกิจสำรวจและผลิตปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สามติดต่อกัน

*** จอห์น วอลดรอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการของ Goldman Sachs กล่าวว่า ปริมาณการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในอุตสาหกรรมพลังงานปีนี้ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้เมื่อปี 2021

*** Citadel Securities ระบุว่า นักลงทุนกำลังประเมินโอกาสเกี่ยวกับการกลับมาเปิดเส้นทางสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่ำเกินไป ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็อาจจะกลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการดีดตัวขึ้นรับข่าวดีในตลาดการเงิน

ทั้งนี้ มีสัญญาณ 2 ประการที่บ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯ และอิหร่านขยับเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นั่นคือ การฟื้นตัวของระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในอิหร่าน และการปรากฏตัวต่อสาธารณชนของบรรดาเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง

หากมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ก็อาจส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปีปรับตัวลดลง ในขณะที่ดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น และค่าเงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลง โดยหุ้นในกลุ่มค้าปลีก สายการบิน รวมถึงกลุ่มผู้สร้างบ้าน จะเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด

*** Energy Aspects บริษัทที่ปรึกษาในลอนดอน รายงานว่า ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนมีแนวโน้มลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากสงครามในอิหร่านเผยให้เห็นถึงภาวะที่ความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศหดหายไปและอาจยังไม่กลับมาฟื้นตัว

รายงานระบุว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบมายังประเทศจีนอาจลดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 10.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งถือเป็นสถิติที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022

*** Samsung Electronics Co. ได้เริ่มจัดส่งผลิตภัณฑ์ตัวอย่างของหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงรุ่น HBM4E แบบ 12 ชั้น ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่ล้ำสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมให้แก่ลูกค้าแล้ว เพื่อบริษัทชิงความได้เปรียบในการจัดหาชิ้นส่วนสำคัญสำหรับอุปกรณ์เร่งความเร็วปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI accelerators

 

*** อัตราเงินเฟ้อหลักของโตเกียวชะลอตัวลงสู่ระดับที่ต่ำที่สุดในรอบสี่ปี เนื่องจากมาตรการช่วยบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล โดยดัชนีราคาผู้บริโภคที่ไม่รวมอาหารสดของกรุงโตเกียว ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนดัชนีที่ไม่รวมทั้งอาหารสดและพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6%

ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดส่งผลให้การสื่อสารเชิงนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ในขณะที่ธนาคารกลางอาจพยายามหาเหตุผลสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนหน้า

*** ทางการจีนเปิดฉากกวาดล้างระบบภาษีข้ามพรมแดน โดยมุ่งเป้าไปที่การซื้อขายหุ้นในต่างประเทศ พร้อมขู่ลงโทษบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หลายรายด้วยมาตรการปรับและบทลงโทษต่าง ๆ

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้สั่งปิดช่องทางต่าง ๆ ที่อนุญาตให้พลเมืองจีนสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้นต่อธนาคารพาณิชย์ ตลอดจนเพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ในต่างแดน มาตรการกวาดล้างในครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นฮ่องกง รวมถึงอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน โดยกลุ่มธนาคารและบริษัทต่าง ๆ ที่มีธุรกิจช่วยเหลือพลเมืองจีนในการบริหารจัดการเงินในต่างประเทศ กำลังเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มข้นและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

*** BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน เปิดตัวเทคโนโลยีรุ่นใหม่ รวมถึงชิปขนาด 4 นาโนเมตรรุ่นแรกของจีนที่ออกแบบมาสำหรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติในรถยนต์โดยเฉพาะ เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อรถยนต์ของบริษัท หลังจากเผชิญยอดขายที่ปรับตัวลดลงติดต่อกันถึงแปดเดือน ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในด้านเทคโนโลยีระบบชาร์จไฟและระบบขับขี่อัจฉริยะ

ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย