| MC วางเป้ายอดขายปีบัญชี 69/70 โต 8% เดินหน้ารุกตลาด Gen Z ผ่านสินค้าใหม่-จับมืออินฟลูเอนเซอร์ เร่งดัน McShop.com หลังยอดขายช่วง ก.ค.-ส.ค. โต 2-3 เท่า ตั้งเป้าสัดส่วนออนไลน์แตะ 30% จาก 27% พร้อมรักษา GPM ราว 64% นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เปิดเผยในงาน Earnings Call โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ การดำเนินธุรกิจในปีบัญชี 2569/70 (1 ก.ค.69 – 30 มิ.ย.70) เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกทั้งด้านการตลาดดิจิทัล บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) พัฒนาสินค้า เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้เติบโต 8% หลังยอดขายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นปีบัญชีใหม่ เติบโตเกือบ 10% รุก Gen Z ดันสินค้าใหม่-จับมืออินฟลูเอนเซอร์ หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Gen Z ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 21% ของยอดขายรวม โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ จึงเร่งปรับภาพลักษณ์และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ผ่านการทำ Collaboration กับอินฟลูเอนเซอร์ เช่น “เลิศ” (Lert) รวมถึงขยายสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ MCJ อาทิ Airport Look, Track Pant และ Hoodie เน้นการทำตลาดในรูปแบบ Community Based Marketing เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มลูกค้าและเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในโลกออนไลน์มากขึ้น ดัน McShop.com รับมือค่าธรรมเนียม Marketplace การแข่งขันในช่องทาง E-commerce บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและอัตรากำไร หลังแพลตฟอร์ม Marketplace มีแนวโน้มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้น โดยบริษัทจึงเพิ่มสัดส่วนสินค้าแบบ Online Exclusive ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนราว 60% ของสินค้าที่จำหน่ายผ่าน E-commerce เพื่อสร้างความแตกต่างจากสินค้าหน้าร้านและช่วยรักษา Margin บริษัทเร่งผลักดัน McShop.com ซึ่งเป็นช่องทางขายออนไลน์ของบริษัท โดยยอดขายในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมาเติบโต 2-3 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายออนไลน์เป็น 30% ของยอดขายรวม จากปัจจุบันอยู่ที่ 27% ยังคงเดินหน้าทำตลาดบน Marketplace โดยเฉพาะ Shopee และ TikTok ซึ่งยังเป็นช่องทางสำคัญของสินค้าแฟชั่นและเสื้อผ้าบุรุษ ด้านกลยุทธ์ CRM สามารถเพิ่มฐานสมาชิกจาก 1.4 ล้านราย เป็น 1.9 ล้านราย โดยมากกว่า 50% เป็นสมาชิกที่ยังมีการเคลื่อนไหว พร้อมนำ AI และระบบ CRM มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อออกโปรโมชั่นให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มและพื้นที่ รวมถึงกระตุ้นลูกค้าที่หยุดซื้อให้กลับมาใช้บริการ บริษัทมุ่งเพิ่มทั้งความถี่ในการซื้อและยอดใช้จ่ายต่อครั้ง โดยปัจจุบัน Average Transaction Value อยู่ที่ 1,850 บาท แม้บริษัทจะเร่งขยายธุรกิจออนไลน์ แต่ช่องทางออฟไลน์ยังเป็นรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 73% ของยอดขายรวม ยังคงเดินหน้าขยายสาขาในสถานีบริการน้ำมัน PTT ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 140 แห่ง และยังคงเป็นพันธมิตรอันดับ 1 ของ PTTOR มีแผนปรับขนาดสาขาให้ใหญ่ขึ้น 100 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดแสดงสินค้าและสร้างยอดขาย ขณะที่สาขาที่มีผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายจะได้รับการพิจารณาปิดหรือย้ายทำเล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายสาขา คุม GPM ราว 64% ลุ้นรักษานโยบายปันผลสูง ด้านความสามารถในการทำกำไร ตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 64% แม้สัดส่วนยอดขายออนไลน์และสินค้าแบรนด์ MCJ จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีโครงสร้างรายได้แตกต่างจากธุรกิจหลัก การจ่ายเงินปันผลยังเป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัท ที่ผ่านมา MC มีประวัติการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง โดยจ่ายเกือบ 100% ของกำไรสุทธิมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |