ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ซื้อหุ้นคืนรวมกันมากเป็นประวัติการณ์ 33,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากผลกำไรที่เพิ่มขึ้นและการผ่อนคลายกฎระเบียบของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ โดยบรรดาธนาคารรายใหญ่ ทั้ง JPMorgan Chase, Goldman Sachs และ Citigroup ต่างทำสถิติซื้อหุ้นคืนสูงสุดของบริษัท ขณะที่ Bank of America และ Morgan Stanley ซื้อหุ้นคืนมากสุดในรอบหลายปี ด้านนักวิเคราะห์จาก Oppenheimer ระบุว่า ตัวเลขที่ออกมาในแต่ละแห่งสูงกว่าที่ประมาณการไว้ถึง 30-50%
อานิสงส์จากการผ่อนปรนกฎระเบียบ
รัฐบาลทรัมป์ได้ผ่อนปรนกฎระเบียบที่กำกับดูแลวอลล์สตรีทครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินปี 2008 ซึ่งช่วยให้ธนาคารจัดสรรทรัพยากรไปใช้ในการปล่อยกู้และสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น แทนการนำไปสมทบเป็นเงินสำรองเพื่อความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ได้เปิดโอกาสให้แผนกเทรดดิ้งของธนาคารทำกำไรมหาศาลจากความผันผวนของตลาดการเงิน
เฟดเตรียมหั่นเกณฑ์เงินสำรอง
อลาสแตร์ บอร์ธวิค ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Bank of America กล่าวว่า ธนาคารอยู่ในจุดที่มีเงินทุนเหลือเฟือและได้รับแรงหนุนจากแนวทางของรัฐบาล โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา หัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้นำเสนอแผนปรับลดข้อกำหนดด้านเงินทุนสำหรับธนาคารยักษ์ใหญ่ลงเกือบ 5% ซึ่งที่ผ่านมา ภาคธนาคารเห็นต่างและโต้แย้งมาโดยตลอดว่า กฎระเบียบที่บังคับใช้หลังช่วงวิกฤตนั้นเข้มงวดมากเกินไปและส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อ
แรงส่งธุรกิจซื้อ-ขายหลักทรัพย์
นอกจากการซื้อหุ้นคืน ธนาคารยังได้จัดสรรเงินทุนไปกับการปล่อยสินเชื่อและการขยายพอร์ตเทรดดิ้ง ซึ่งเป็นธุรกิจที่เคยไม่ค่อยได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษ 2010 แต่กลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้านชารอน เยชายา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Morgan Stanley ระบุว่าโอกาสนี้เกิดจากทั้งระดับราคาหุ้นที่เป็นอยู่และปริมาณเงินทุนที่ธนาคารมีอยู่ ซึ่งสามารถนำไปซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม
"เจมี ไดมอน" มองต่างมุม
JPMorgan ใช้เงิน 8,330 ล้านดอลลาร์สำหรับซื้อหุ้นคืนในไตรมาสแรก ทำลายสถิติเดิมของตัวเองเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เจมี ไดมอน ซีอีโอของธนาคาร แสดงความเห็นที่ต่างไปในเรื่องนี้ โดยระบุว่าต้องการใช้เงินทุนไปกับการดูแลลูกค้ามากกว่า แม้ปัจจุบันธนาคารจะมีเงินทุนส่วนเกินถึง 40,000 ล้านดอลลาร์ แต่ในมุมมองของตนเองนั้น อยากจะซื้อหุ้นคืนเฉพาะเมื่อราคาถูกลงจริงๆ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์สูงสุด
สรุปยอดซื้อหุ้นคืนของแต่ละธนาคาร
• JPMorgan: 8,330 ล้านดอลลาร์ (สถิติใหม่)
• Citigroup: 6,300 ล้านดอลลาร์ (สูงสุดในรอบ 20 ปีสำหรับไตรมาสแรก)
• Goldman Sachs: 5,000 ล้านดอลลาร์ (สถิติใหม่)
• Wells Fargo: 4,000 ล้านดอลลาร์
• Bank of America: 7,200 ล้านดอลลาร์ (สูงสุดในรอบ 4 ปี)
• Morgan Stanley: 1,750 ล้านดอลลาร์
ที่มา Financial Times