| NER มั่นใจรายได้ปี 69 ทะลุ 3 หมื่นลบ.อานิสงส์ราคายางพาราโลกพุ่ง หลัง Supply ตึงตัวจากผลกระทบสภาพอากาศ ขณะที่ดีมานด์อุตฯ ยางล้อ โดยเฉพาะจีน-อินเดียแกร่ง บวกเทรนด์ EV - มาตรการ EUDR หนุนความต้องการยาว ลุยบริหารต้นทุน-สต๊อก-ความเสี่ยงวัตถุดิบ นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) เปิดเผยว่า มั่นใจแนวโน้มรายได้ในปี 2569 จะพุ่งแตะ 30,000 ล้านบาท ตามแผนงานที่วางไว้ ทิศทางราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี โดยบริษัทฯติดตามสถานการณ์ Supply และ Demand ในตลาดยางธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการวัตถุดิบ ต้นทุน และสต๊อกสินค้าให้สอดคล้องกับภาวะตลาด เพื่อรองรับความผันผวนของราคายางและความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาสนับสนุนราคายางยังมาจากภาพรวม Supply ที่มีความตึงตัว จากผลผลิตยางธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ขณะที่ความต้องการใช้จากผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ยังมีแรงส่ง โดย NER เคยประเมินไว้ว่า ความต้องการใช้ยางจากตลาดจีน อินเดีย และประเทศผู้ผลิตรถยนต์สำคัญยังมีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณผลผลิตยางยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคายางในตลาดโลก การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนความต้องการใช้ยางธรรมชาติในระยะยาว ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ EUDR ของสหภาพยุโรป ทำให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบและการตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น ซึ่ง NER ได้เดินหน้าพัฒนาคู่ค้าและระบบตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก “ในช่วงไตรมาส 3/69 บริษัทฯประเมินว่าราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นจะช่วยสนับสนุนรายได้ แม้ปริมาณขายจะได้รับผลกระทบจากความตึงตัวของวัตถุดิบ โดยมุ่งบริหารจัดการการผลิตระหว่างโรงงานให้สอดคล้องกับปริมาณวัตถุดิบที่มีอยู่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้า” บริษัทฯยังคงติดตามทิศทางราคายางในช่วงโค้งสุดท้ายปี 2569 โดยเฉพาะหาก Supply ยังคงตึงตัว ขณะที่ความต้องการใช้จากอุตสาหกรรมยางล้อยังมีแรงส่ง ก็มีโอกาสเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาขาย หนุนธุรกิจของ NER ต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทฯมีฐานลูกค้าเดิมที่แข็งแกร่ง และเตรียมความพร้อมด้านห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดยางธรรมชาติในระยะต่อไป | .  | |