เมื่อวาน 21:03 น.จีนยกเครื่องความมั่นคงพลังงาน หันนำเข้าน้ำมันนอกตะวันออกกลางTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 ก.ย. 69 21:03 น. จีนยกเครื่องความมั่นคงพลังงาน: ซิโนเปค เปโตรไชน่า ซีเอ็นโอโอซี หันนำเข้าน้ำมันบราซิล-แอฟริกา หลังวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ จีนกำลังเร่งปรับยุทธศาสตร์ด้านพลังงานครั้งใหญ่ หลังความไม่แน่นอนจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทำให้การนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยบริษัทพลังงานรัฐรายใหญ่ 3 แห่งอย่าง ซิโนเปค, เปโตรไชน่า และ ซีเอ็นโอโอซี เดินหน้ากระจายแหล่งนำเข้าไปยัง บราซิล และ แอฟริกา ควบคู่กับการเพิ่มกำลังผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของจีนในระยะยาว จีนเร่งลดความเสี่ยงจากแหล่งนำเข้าตะวันออกกลาง รายงานจาก Nikkei Asia ระบุว่า เหตุการณ์ตึงเครียดใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ได้ผลักดันให้จีนต้องทบทวนโครงสร้างการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างจริงจัง เพราะการพึ่งพาตะวันออกกลางมากเกินไปอาจกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนการนำเข้าในอนาคต แนวทางใหม่ของจีนจึงไม่ใช่เพียงการหาแหล่งซื้อเพิ่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารพอร์ตพลังงานให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน ซิโนเปค เปโตรไชน่า และ CNOOC เดินหน้ากระจายแหล่งนำเข้า ซิโนเปค ซึ่งเป็นบริษัทที่นำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นหลักและนำมาผลิตในจีน ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะปรับกลยุทธ์ด้านวัตถุดิบให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยนายโหว ฉีจวิน (Hou Qijun) ประธานบริษัท ระบุในงานแถลงผลประกอบการที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำมันจากหลายภูมิภาค ในภาพรวม เปโตรไชน่า และ CNOOC ก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน คือเพิ่มทั้งการสำรวจ การผลิต และการทำสัญญานำเข้าจากประเทศนอกตะวันออกกลาง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างต้นทุน ความต่อเนื่องของอุปทาน และความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ นโยบายพลังงานของปักกิ่งมุ่งสร้างเสถียรภาพระยะยาว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนนโยบายของรัฐบาลปักกิ่งที่ต้องการลดความเปราะบางด้านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม ภาวะคว่ำบาตร และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ เมื่อจีนหันไปเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจาก บราซิล และ แอฟริกา มากขึ้น ย่อมช่วยกระจายความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมือง พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทพลังงานของจีนมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการจัดหาเชื้อเพลิงสำหรับโรงกลั่นและภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและตลาดพลังงานโลก การขยับตัวของบริษัทพลังงานรัฐจีนขนาดใหญ่มีนัยสำคัญต่อทิศทางตลาดน้ำมันโลก เพราะจีนเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก การปรับพอร์ตแหล่งนำเข้าอาจส่งผลต่อกระแสการซื้อขายน้ำมันดิบจากแต่ละภูมิภาค และอาจกดดันผู้ส่งออกในตะวันออกกลางให้แข่งขันด้านราคาและเงื่อนไขมากขึ้น ในระยะต่อไป นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวจะทำให้ตลาดน้ำมันมีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่ประเทศผู้ผลิตในอเมริกาใต้และแอฟริกาอาจได้ประโยชน์จากความต้องการของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สรุปประเด็นสำคัญ จีนเร่งปรับยุทธศาสตร์พลังงานหลังวิกฤต ช่องแคบฮอร์มุซ ซิโนเปค, เปโตรไชน่า และ CNOOC กระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน เพิ่มน้ำมันนำเข้าจาก บราซิล และ แอฟริกา เพื่อลดความเสี่ยง นโยบายดังกล่าวช่วยเสริม ความมั่นคงด้านพลังงาน ระยะยาวของจีน ลงชื่อเข้าใช้งานหรือ สมัครใช้งานฟรี เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ efinAI และ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่ต้องแสดงอีกในวันนี้สมัครใช้งานฟรีมีบัญชีเรียบร้อยแล้ว? ลงชื่อเข้าใช้ปิดกรุณาอัปเกรดแพ็กเกจเพื่ออ่านข่าวย้อนหลังและใช้งานฟีเจอร์เต็มรูปแบบยกเลิกดูแพ็กเกจแท็กที่เกี่ยวข้องจีนพลังงานน้ำมันดิบซิโนเปคเปโตรไชน่าซีเอ็นโอโอซีบราซิลแอฟริกาช่องแคบฮอร์มุซความมั่นคงพลังงาน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 ก.ย. 69 21:03 น. จีนยกเครื่องความมั่นคงพลังงาน: ซิโนเปค เปโตรไชน่า ซีเอ็นโอโอซี หันนำเข้าน้ำมันบราซิล-แอฟริกา หลังวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ จีนกำลังเร่งปรับยุทธศาสตร์ด้านพลังงานครั้งใหญ่ หลังความไม่แน่นอนจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทำให้การนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยบริษัทพลังงานรัฐรายใหญ่ 3 แห่งอย่าง ซิโนเปค, เปโตรไชน่า และ ซีเอ็นโอโอซี เดินหน้ากระจายแหล่งนำเข้าไปยัง บราซิล และ แอฟริกา ควบคู่กับการเพิ่มกำลังผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของจีนในระยะยาว จีนเร่งลดความเสี่ยงจากแหล่งนำเข้าตะวันออกกลาง รายงานจาก Nikkei Asia ระบุว่า เหตุการณ์ตึงเครียดใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ได้ผลักดันให้จีนต้องทบทวนโครงสร้างการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างจริงจัง เพราะการพึ่งพาตะวันออกกลางมากเกินไปอาจกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนการนำเข้าในอนาคต แนวทางใหม่ของจีนจึงไม่ใช่เพียงการหาแหล่งซื้อเพิ่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารพอร์ตพลังงานให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน ซิโนเปค เปโตรไชน่า และ CNOOC เดินหน้ากระจายแหล่งนำเข้า ซิโนเปค ซึ่งเป็นบริษัทที่นำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นหลักและนำมาผลิตในจีน ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะปรับกลยุทธ์ด้านวัตถุดิบให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยนายโหว ฉีจวิน (Hou Qijun) ประธานบริษัท ระบุในงานแถลงผลประกอบการที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำมันจากหลายภูมิภาค ในภาพรวม เปโตรไชน่า และ CNOOC ก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน คือเพิ่มทั้งการสำรวจ การผลิต และการทำสัญญานำเข้าจากประเทศนอกตะวันออกกลาง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างต้นทุน ความต่อเนื่องของอุปทาน และความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ นโยบายพลังงานของปักกิ่งมุ่งสร้างเสถียรภาพระยะยาว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนนโยบายของรัฐบาลปักกิ่งที่ต้องการลดความเปราะบางด้านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม ภาวะคว่ำบาตร และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ เมื่อจีนหันไปเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจาก บราซิล และ แอฟริกา มากขึ้น ย่อมช่วยกระจายความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมือง พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทพลังงานของจีนมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการจัดหาเชื้อเพลิงสำหรับโรงกลั่นและภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและตลาดพลังงานโลก การขยับตัวของบริษัทพลังงานรัฐจีนขนาดใหญ่มีนัยสำคัญต่อทิศทางตลาดน้ำมันโลก เพราะจีนเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก การปรับพอร์ตแหล่งนำเข้าอาจส่งผลต่อกระแสการซื้อขายน้ำมันดิบจากแต่ละภูมิภาค และอาจกดดันผู้ส่งออกในตะวันออกกลางให้แข่งขันด้านราคาและเงื่อนไขมากขึ้น ในระยะต่อไป นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวจะทำให้ตลาดน้ำมันมีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่ประเทศผู้ผลิตในอเมริกาใต้และแอฟริกาอาจได้ประโยชน์จากความต้องการของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สรุปประเด็นสำคัญ จีนเร่งปรับยุทธศาสตร์พลังงานหลังวิกฤต ช่องแคบฮอร์มุซ ซิโนเปค, เปโตรไชน่า และ CNOOC กระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน เพิ่มน้ำมันนำเข้าจาก บราซิล และ แอฟริกา เพื่อลดความเสี่ยง นโยบายดังกล่าวช่วยเสริม ความมั่นคงด้านพลังงาน ระยะยาวของจีน
จีนยกเครื่องความมั่นคงพลังงาน: ซิโนเปค เปโตรไชน่า ซีเอ็นโอโอซี หันนำเข้าน้ำมันบราซิล-แอฟริกา หลังวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ จีนกำลังเร่งปรับยุทธศาสตร์ด้านพลังงานครั้งใหญ่ หลังความไม่แน่นอนจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทำให้การนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยบริษัทพลังงานรัฐรายใหญ่ 3 แห่งอย่าง ซิโนเปค, เปโตรไชน่า และ ซีเอ็นโอโอซี เดินหน้ากระจายแหล่งนำเข้าไปยัง บราซิล และ แอฟริกา ควบคู่กับการเพิ่มกำลังผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของจีนในระยะยาว จีนเร่งลดความเสี่ยงจากแหล่งนำเข้าตะวันออกกลาง รายงานจาก Nikkei Asia ระบุว่า เหตุการณ์ตึงเครียดใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ได้ผลักดันให้จีนต้องทบทวนโครงสร้างการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างจริงจัง เพราะการพึ่งพาตะวันออกกลางมากเกินไปอาจกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนการนำเข้าในอนาคต แนวทางใหม่ของจีนจึงไม่ใช่เพียงการหาแหล่งซื้อเพิ่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารพอร์ตพลังงานให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน ซิโนเปค เปโตรไชน่า และ CNOOC เดินหน้ากระจายแหล่งนำเข้า ซิโนเปค ซึ่งเป็นบริษัทที่นำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นหลักและนำมาผลิตในจีน ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะปรับกลยุทธ์ด้านวัตถุดิบให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยนายโหว ฉีจวิน (Hou Qijun) ประธานบริษัท ระบุในงานแถลงผลประกอบการที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำมันจากหลายภูมิภาค ในภาพรวม เปโตรไชน่า และ CNOOC ก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน คือเพิ่มทั้งการสำรวจ การผลิต และการทำสัญญานำเข้าจากประเทศนอกตะวันออกกลาง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างต้นทุน ความต่อเนื่องของอุปทาน และความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ นโยบายพลังงานของปักกิ่งมุ่งสร้างเสถียรภาพระยะยาว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนนโยบายของรัฐบาลปักกิ่งที่ต้องการลดความเปราะบางด้านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม ภาวะคว่ำบาตร และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ เมื่อจีนหันไปเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจาก บราซิล และ แอฟริกา มากขึ้น ย่อมช่วยกระจายความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมือง พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทพลังงานของจีนมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการจัดหาเชื้อเพลิงสำหรับโรงกลั่นและภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและตลาดพลังงานโลก การขยับตัวของบริษัทพลังงานรัฐจีนขนาดใหญ่มีนัยสำคัญต่อทิศทางตลาดน้ำมันโลก เพราะจีนเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก การปรับพอร์ตแหล่งนำเข้าอาจส่งผลต่อกระแสการซื้อขายน้ำมันดิบจากแต่ละภูมิภาค และอาจกดดันผู้ส่งออกในตะวันออกกลางให้แข่งขันด้านราคาและเงื่อนไขมากขึ้น ในระยะต่อไป นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวจะทำให้ตลาดน้ำมันมีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่ประเทศผู้ผลิตในอเมริกาใต้และแอฟริกาอาจได้ประโยชน์จากความต้องการของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สรุปประเด็นสำคัญ จีนเร่งปรับยุทธศาสตร์พลังงานหลังวิกฤต ช่องแคบฮอร์มุซ ซิโนเปค, เปโตรไชน่า และ CNOOC กระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน เพิ่มน้ำมันนำเข้าจาก บราซิล และ แอฟริกา เพื่อลดความเสี่ยง นโยบายดังกล่าวช่วยเสริม ความมั่นคงด้านพลังงาน ระยะยาวของจีน