CGSI ประเมินค่าไฟเจอแรงกดดัน หากตรึงค่าไฟเดือนพ.ค.-ส.ค. 69 ที่ 3.88 บาท/หน่วย

รูป CGSI ประเมินค่าไฟเจอแรงกดดัน หากตรึงค่าไฟเดือนพ.ค.-ส.ค. 69 ที่ 3.88 บาท/หน่วย

efinAI


 

CGSI คาดแนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าเจอแรงกดดันมากขึ้น หากตรึงค่าไฟฟ้าเดือนพ.ค.-ส.ค. 69 อยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย ชี้การปรับค่า Ft จะส่งผลต่อกำไรสุทธิของหุ้นโรงไฟฟ้า มองกรณีดีสุดค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาท/หน่วย ดันกำไรของ BGRIM เพิ่มขึ้น 8%

 

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ถึง ต้นทุนพลังงานกดดันความเป็นไปได้ในการตรึงค่าไฟฟ้า โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

 

-จากข่าวที่ผู้กำหนดนโยบายยังส่งสัญญาณว่าต้องการตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ 3.88 บาท/หน่วย อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวจะทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต้องแบกรับภาระทางการเงินเพิ่มเติม ขณะที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อค่าไฟฟ้าเดือนพ.ค.-ส.ค. 2026 โดยเสนอสามแนวทางเริ่มตั้งแต่ 3.95 บาท/หน่วยถึง 4.59 บาท/หน่วย สะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานโลกหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านส่งผลให้ราคาก๊าซพุ่งสูงขึ้น

 

-ขณะเดียวกัน แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามลดภาระค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือน แต่มีความเป็นไปได้ที่ค่าไฟฟ้าอาจสูงกว่า 4 บาท/หน่วยก่อนสิ้นปี 2026 หากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อและอุปสงค์ช่วงฤดูหนาวดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น

 

-ในมุมมองของฝ่ายวิจัย การเปลี่ยนแปลงของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) จะส่งผลต่อกำไรสุทธิของหุ้นโรงไฟฟ้าแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับความแตกต่างกันของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าและการพึ่งพาสัญญา SPP ในส่วนที่เป็นกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (Industrial User, IU) และ ถึงแม้ว่าความผันผวนในการส่งผ่านค่า Ft อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนด้านเวลา (timing mismatch)

 

-กลไกดังกล่าวจะช่วยลดภาระของผู้ประกอบการทำให้ไม่ต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลให้กำไรโดยรวมมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการที่มีพอร์ต SPP/IU จะได้รับผลบวกต่อการปรับขึ้นของค่า Ft มากกว่ากลุ่มที่เน้น IPP ที่คาดจะมีผลกำไรเพิ่มขึ้นค่อนข้างจำกัด

 

-ผลการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (sensitivity analysis) แสดงให้เห็นว่าปกติแล้วการปรับ Ft ขึ้น 0.10 บาท/หน่วย จะทำให้กำไรสุทธิในปี 2026 ของ BGRIM เพิ่มขึ้นราว 12% เมื่อเทียบกับประมาณการในกรณีฐาน

 

-ส่วนต้นทุน pool gas ที่สูงขึ้น 10 บาท/mmbtu จะฉุดให้กำไรของกลุ่มลดลง 7% เท่ากับมีผลกระทบสุทธิต่อกำไรสุทธิเป็นบวกประมาณ 5%

 

-แนวทางการปรับค่าไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ในขณะนี้ชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นค่า Ft เพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนก๊าซ โดยค่าไฟฟ้าที่ 3.95 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นเพียง 2% จากค่าไฟฟ้างวดเดือนม.ค.-เม.ย. 2026 (3.88 บาท/หน่วย)

 

-ค่าไฟฟ้าที่ 4.08 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้น 5% และ 4.59 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้น 18% ขณะที่ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า ค่า Ft จำเป็นต้องปรับขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าต้นทุนค่าก๊าซจึงจะทำให้ BGRIM ได้ประโยชน์ แต่ในทางปฏิบัติแล้วคาดว่า ราคาก๊าซน่าจะปรับตัวขึ้นแรงกว่า ดังนั้น จึงตั้งสมมติฐานว่าต้นทุนก๊าซจะสูงกว่ากรณีฐาน 13% (278 บาท/mmbtu) และ ค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ 3.78 บาท/หน่วย

 

-ซึ่งในกรณีนี้ หากค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย (+0.17 บาท/หน่วย หรือ +4% จากกรณีฐาน) คาดว่าจะส่งผลลบต่อกำไรในปี 2026 ของ BGRIM ประมาณ 9% แต่ส่งผลกระทบต่อกำไรของผู้ประกอบการอื่นไม่มากนัก

 

-ส่วนในกรณีดีที่สุด คือ ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาท/หน่วย (+0.30 บาท/หน่วย หรือ +21% จากกรณีฐาน) กำไรของ BGRIM น่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8% และ ส่งผลต่อกำไรของบริษัทอื่นเพียงเล็กน้อย จึงยังแนะนำ Neutral เพราะมองว่า ความเสี่ยงจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นมากกว่าผลดีต่อกำไรจากการปรับค่า Ft โดย upside risk คือ ราคาก๊าซที่ลดลง และ ค่า Ft ที่สูงขึ้น ส่วน downside risk คือ ต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น และ ค่า Ft ไม่เปลี่ยนแปลง

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย

CGSI ประเมินค่าไฟเจอแรงกดดัน หากตรึงค่าไฟเดือนพ.ค.-ส.ค. 69 ที่ 3.88 บาท/หน่วย