| BCPG เตรียมรับทรัพย์ 1.87 หมื่นล้านบาท หลังขายหุ้นทั้งหมดสัดส่วนร้อยละ 25 ใน "Hamilton Holdings" เจ้าของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ คาดธุรกรรมแล้วเสร็จไตรมาส 3/2569 เตรียมนำเงินขยายการลงทุนตามแผน นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบให้บริษัท BCPG Hamilton US Acquisition Co. LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทําธุรกรรมการจําหน่ายหุ้นทั้งหมดในบริษัท Hamilton Holdings II, LLC ซึ่งได้เข้าลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมด สำหรับ Hamilton ถือหุ้นร้อยละ 100 ในโครงการดังต่อไปนี้ 1) โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Hamilton Liberty LLC มีขนาดกําลังการผลิตติดตั้ง 848 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในเขตอไซลัม รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทําให้บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมใน สัดส่วนร้อยละ 25 คิดเป็นกําลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนเทียบเท่ากับ 212 เมกะวัตต์ และ 2) โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Hamilton Patriot LLC มีขนาดกําลังการผลิตติดตั้ง 857 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในเขตคลินตัน รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทําให้บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมใน สัดส่วนร้อยละ 25 คิดเป็นกําลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนเทียบเท่ากับ 214 เมกะวัตต์ โดย BCPG Hamilton ในฐานะผู้ถือหุ้นของ Hamilton ได้เข้าทําสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นของ Hamilton ร่วมกับผู้ถือหุ้นรายอื่นของ Hamilton ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย แห่งรัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการกําหนดสิทธิในการบังคับให้เข้าร่วมขายหุ้น (Drag-along Rights)โดยวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 BCPG Hamilton ได้รับหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ถือหุ้นที่ใช้สิทธิซึ่งถือหุ้นทั้งหมดรวมร้อยละ 75 ของ Hamilton ว่ามีความประสงค์จะใช้สิทธิบังคับให้เข้าร่วมขายหุ้น (Drag-along Rights) อันส่งผลให้ BCPG Hamilton มีหน้าที่ตามสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นในการเข้าทํารายการจําหน่ายหุ้นทั้งหมดที่ถือใน Hamilton บริษัทฯ จะจำหน่ายหุ้นทั้งหมดที่ BCPG Hamilton ถือใน Hamilton คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมด ให้แก่ Vista Operations Company LLC ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และ เป็นบริษัทย่อยของ Vistra Corp. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange) เป็นมูลค่ากิจการไม่ต่ำกว่า 575.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือเทียบเท่า 18,7541 ล้านบาท) คาดว่าธุรกรรมการจำหน่ายหุ้นจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 3 ของปี 2569 ทั้งนี้การจำหน่ายดังกล่าวจะใช้วิธีที่เรียกว่าการควบรวมกิจการ (Merger Transaction) โดยผู้ซื้อจะตั้งบริษัทย่อยชื่อว่า TSVME LLC ที่ผู้ซื้อถือหุ้นร้อยละ 100 เพื่อเข้าควบรวมกับ Hamilton การควบรวมกิจการจะมีผลสำเร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายแห่งรัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการยื่นคำขอควบรวมกิจการต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้น และหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 ใน Hamilton ที่ถือโดย BCPG Hamilton จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ และแปรสภาพเป็นสิทธิในการได้รับค่าตอบแทนจากการจำหน่ายหุ้น Hamilton ตามสัดส่วนการถือหุ้นจากผู้ซื้อ การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจะทำให้บริษัทฯได้รับเงินสดเพื่อใช้รองรับการลงทุนในอนาคตตามแผน ยุทธศาสตร์ และทำให้บริษัทฯ มีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ต่ำลง ส่งผลให้บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯ จะสามารถรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีผลการ ดำเนินงานที่ดี โดยเงินที่ได้รับจากการขาย เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพลังงานสะอาดและธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานตาม แผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ และ/หรือ ชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน และ/หรือ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น BCPG จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ปัจจัยบวก แนวโน้มผลประกอบการเติบโตในระยะยาวรับอานิสงส์ Data Center: ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะกลางถึงยาว โดยได้แรงหนุนตามแนวโน้มการเติบโตของกลุ่ม Data Center ขณะที่มูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังมีความน่าสนใจเนื่องจากซื้อขายบน PER ปี 2569 ที่ระดับ 9.8 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่ากลุ่มฯ (บล.หยวนต้า) คาดกำไรปกติ Q2/69 เติบโตต่อเนื่อง YoY: แนวโน้มกำไรปกติใน Q2/69 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 300 - 400 ล้านบาท โดยเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ในช่วงเดือน มิ.ย. 69 และปริมาณน้ำในประเทศลาวที่คาดว่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน (บล.หยวนต้า) โครงสร้างทางการเงินและอัตราทำกำไรยังแข็งแกร่ง: บริษัทมีอัตราการทำกำไร EBITDA ที่แข็งแกร่ง และมีอัตรากำไรสุทธิในระดับสูงที่ประมาณ 40% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่อยู่ราว 20% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ราคาหุ้นยังซื้อขายบน P/BV ปี 2569 - 2571 ที่ระดับต่ำเพียง 0.6 เท่า (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) บุ๊กกำไรจากการขายเงินลงทุนในสหรัฐฯ: บริษัทจำเป็นต้องขายเงินลงทุนสัดส่วน 25% ในสินทรัพย์ 2 แห่งที่ประเทศสหรัฐฯ ประเมินมูลค่าการขายอยู่ที่ 310 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับเงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 9,000 ล้านบาท (ราว 260 ล้านดอลลาร์) จะทำให้บริษัทรับรู้เป็นกำไรเข้ามาเล็กน้อยประมาณ 7 – 15% (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) ปัจจัยลบ หั่นประมาณการกำไรปี 2569 - 2570 ลง: นักวิเคราะห์มีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 - 2570 ลงมาอยู่ที่ 2,335 ล้านบาท และ 2,554 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากผลประกอบการงวดล่าสุดออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ (บล.หยวนต้า) ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ระยะยาว สะท้อนสินทรัพย์หาย: มีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปี 2570 - 2571 ลงอย่างนัยสำคัญถึง 47 – 54% เพื่อสะท้อนการหายไปของส่วนแบ่งกำไรจากสินทรัพย์ในสหรัฐฯ หลังจากที่บริษัทต้องขายเงินลงทุนออกไป รวมถึงการปรับสมมติฐานโครงการใหม่โดยไม่รวมกำไรจากการขายดังกล่าว (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) คาดกำไร Q2/69 ชะลอตัวลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล: แนวโน้มกำไรปกติใน Q2/69 คาดว่าจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ได้ผ่านพ้นช่วงฤดูกาลที่พีคที่สุด (High Season) ไปแล้ว ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับงวด Q1/69 ที่ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลของโครงการ Monsoon เช่นกัน (บล.หยวนต้า) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น BCPG เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews |