ส่องราคาเป้าหมาย 13 หุ้นพลังงาน เหลืออัพไซด์แค่ไหน หลังราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลด 5 บ./ลิตร

รูป ส่องราคาเป้าหมาย 13 หุ้นพลังงาน เหลืออัพไซด์แค่ไหน หลังราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลด 5 บ./ลิตร

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 69 10:56 น.


ส่องราคาเป้าหมาย หุ้นพลังงาน ทั้งน้ำมัน -โรงกลั่น - ปิโตรฯ ใครยังมีอัพไซด์เท่าไหร่ หลังเจอข่าวราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลดเป็น 5 บ./ลิตร


บริษัท หลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในบทวิเคราะห์รายวัน ถึงกรณี คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (EPPO) มีมติปรับลดราคา ณ โรงกลั่น (ex-refinery price) สำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 จากเดิม 2.00 บาท/ลิตร เป็น 5.00 บาท/ลิตร ในช่วง 24 เม.ย.–9 พ.ค. 2569 และจะปรับลดเหลือ 3.00 บาท/ลิตร ในช่วง 10–19 พ.ค. 2569 นั้น จะส่งผลกระทบ ต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น พร้อมกับราคาเป้าหมายและอัพไซด์ของหุ้นกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี โดยมีรายละเอียดดังนี้

การแทรกแซงราคาหน้าโรงกลั่นรอบที่ 1 และ 2

-การแทรกแซงราคาหน้าโรงกลั่น (Ex-refinery) รอบที่ 1 และ 2 มีรายละเอียด ดังนี้

รอบที่ 1 (7–9 เมษายน 2026): ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.00 บาท/ลิตร ในการประชุมของ EPPO เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การเป็นประธานของรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ คณะกรรมการมีมติให้กำหนดส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น 2.00 บาท/ลิตร สำหรับน้ำมันดีเซล B0, B7 และ B20 โดยคำสั่งดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 เมษายน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ถึง 9 พฤษภาคม 2026 นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉุกเฉิน ปี 1973 เพื่อกำหนดค่าการกลั่นโดยตรง

รอบที่ 2 (23 เมษายน 2026): โครงสร้าง 2 ระยะ - ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร และ 3 บาท/ลิตร ในการประชุม EPPO ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2026 คณะกรรมการมีมติยกเลิกคำสั่งเดิมวันที่ 8 เมษายน และแทนที่ด้วยมาตรการที่เข้มข้นขึ้นแบบ 2 ระยะ โดยประกาศโดยรัฐมนตรีพลังงานภายหลังการประชุมทั้งน้ำมัน

ระยะที่ 1 (24 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2026): ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 5.00 บาท/ลิตร สำหรับดีเซล, ดีเซล B7 และ B20 ครอบคลุมโรงกลั่นในประเทศทั้ง 6 แห่ง

ระยะที่ 2 (10 พฤษภาคม – 19 พฤษภาคม 2026): ปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 3.00 บาท/ลิตร ซึ่งจะมีการประชุม กบง. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง

ผลกระทบต่อกลุ่มโรงกลั่น: โรงกลั่นทั้งหมดจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซลในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2026 ที่ 2.0-5.0 บาท/ลิตร โดยคาดว่าจะกระทบกำไรสุทธิประมาณการปี FY26F มากกว่า 50% ทั้งนี้ BCP จะได้รับผลกระทบมากที่สุดในเชิงมูลค่า ส่วน PTTGC ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากธุรกิจหลักคือปิโตรเคมี (polyolefins)

โดยรวม คาดว่ากำไร 2Q26F ของกลุ่มโรงกลั่นไทยมีความเสี่ยงขาลงประมาณ 1.4–2.8 พันล้านบาท หรือคิดเป็น downside 16%–58% จากประมาณการกำไรปี FY26F

ผลกระทบของการลดราคาก่อนถึงโรงกลั่นต่อโรงกลั่นต่างๆ

รายละเอียด BCP IRPC* PTTGC* SPRC TOP*
กำลังการกลั่น (mbd) 0.294 0.21 0.145 0.175 0.275
ปริมาณการผลิตดีเซล (ล้านลิตรต่อวัน) 20.1 16 12.4 10.3 16.2
ผลกระทบ (Impact)          
รอบที่ 1: 2.0 บาท/ลิตร (9-23 เม.ย.) -603 -480.8 -373.5 -308.9 -485.3
รอบที่ 2          
ระยะ A: 5.0 บาท/ลิตร (24 เม.ย. - 9 พ.ค.) -1,608.10 -1,282.20 -996 -823.6 -1,294.30
ระยะ B: 3.0 บาท/ลิตร (10 - 19 พ.ค.) -603 -480.8 -373.5 -308.9 -485.3
ผลกระทบรวม (ล้านบาท) -2,814.10 -2,243.80 -1,743.00 -1,441.30 -2,265.00
% ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี FY26F -37% -23% -16% -48% -8%

สำหรับราคาเป้าหมาย ของหุ้นกลุ่มพลังงาน และอัพไซด์จาก ดีบีเอส วิคเคอร์ส มีดังนี้

ที่มา : Company, DBSVTH 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย