| สหรัฐฯ เผยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2026 (ประมาณการครั้งที่สอง) อยู่ที่ 1.6% ต่ำกว่าประมาณการครั้งแรกที่คาดว่าจะขยายตัว 2.0% และมีแนวโน้มจะชะลอตัวลงอีกในไตรมาสที่สอง เนื่องจากสงครามกับอิหร่านเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อและสร้างความตึงเครียดต่อสถานะทางการเงินของภาคครัวเรือน ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยรอยเตอร์ที่คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจะไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับ 2.0% ในประมาณการครั้งแรก ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวในอัตรา 0.5% ในไตรมาส 4/2025 ทั้งนี้ การปรับลดประมาณการ GDP ไตรมาสแรกยังสะท้อนถึงการปรับลดตัวเลขการลงทุนในสินค้าคงคลังและการใช้จ่ายของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Headline PCE) พุ่งขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี ในเดือนเม.ย. สูงสุดนับจากเดือนพ.ค. 2023 และเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.5% ในเดือนมี.ค. สอดคล้องกับคาดการณ์ ส่วนเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีขยับขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนมี.ค. ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบรายปี สูงสุดนับจากเดือนพ.ย. 2023 และเป็นการเร่งตัวขึ้นจากระดับ 3.2% ในเดือนมี.ค. ส่วนเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีขยับขึ้น 0.2% หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นโดยมีปัจจัยหนุนจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสงครามอิหร่าน ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไปจนถึงปีหน้า ที่มา Reuters (1) และ (2) ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |