| WHA ตั้งเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 10% พร้อมรักษา EBITDA Margin สูงกว่า 45% รับอานิสงส์การย้ายฐานการผลิต การเติบโตของ Data Center และเทรนด์พลังงานสะอาด เดินหน้าลงทุนปีนี้กว่า 16,500 ลบ. ขยายทั้ง 5 ธุรกิจหลัก นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ บริษัทฯ มีมุมมองแผนงานด้านการเงิน (Financial Perspective) ในปี 2569 โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตกว่า 10% วางเป้าหมายอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ให้สูงกว่า 45% นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมระดับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest-bearing Debt to Equity) ไว้ที่ไม่เกิน 1.2 เท่า เพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ด้านงบลงทุนรวมในปีนี้ตั้งเป้ากว่า 16,500 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนไปยัง 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Development) 9,000 ล้านบาท, กลุ่มโลจิสติกส์ (Logistics) 3,700 ล้านบาท, กลุ่มสาธารณูปโภคและพลังงาน (Utility & Power) 2,900 ล้านบาท, กลุ่มโมบิลิตี้ (Mobility) 600 ล้านบาท และกลุ่มดิจิทัล (Digital) 300 ล้านบาท โดยทิศทางการดำเนินงานและแผนงานในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้ WHA Logistics ขยายฐานพื้นที่เช่าและรุกตลาดเวียดนาม กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ตั้งเป้าให้เช่าพื้นที่โครงการใหม่ (New Projects) ในปี 2569 อีก 200,000 ตารางเมตร โดยมีโครงการไฮไลท์ เช่น Mega Logistics Center ชลหันพิจิตร กม. 4 (Project 2) พื้นที่กว่า 540,000 ตารางเมตร และโครงการ WHA Manufacturing Park 331 ที่เน้นกลุ่มโรงงานสำเร็จรูป (RBU) เป็นต้น นอกจากนี้ยังเตรียมขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR มูลค่ารวมประมาณ 3,600 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 4/69 สำหรับในเวียดนาม มีแผนจะเริ่มก่อสร้างโครงการ WHA Vietnam Innovation Park (WVIP) ในจังหวัดทัญฮว้า ภายในปีนี้ WHA Mobility มุ่งสู่ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) เป็นกลุ่มธุรกิจดาวรุ่งที่เน้นการให้บริการ Green Logistics แบบครบวงจร โดยตั้งเป้าส่งมอบรถไฟฟ้าในปีนี้ 637 คัน และวางเป้าหมายระยะยาวในปี 2573 ไว้ที่ 10,000 คัน โดยธุรกิจดังกล่าวจะทำงานร่วมกับกลุ่มดิจิทัลเพื่อนำ Software Solution มาใช้ในการบริหารจัดการยานพาหนะและการชาร์จไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเดิมในนิคมฯ และโลจิสติกส์ที่มีความต้องการใช้รถขนส่งพลังงานสะอาดมากขึ้น WHA Industrial Development ขยายนิคมฯ ใหม่ รองรับการย้ายฐานการผลิต บริษัทยังคงยืนเป้าหมายยอดขายที่ดินปีนี้ไว้ที่ 2,500 ไร่ (ไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่) ทั้งนี้สำหรับโครงการหลักคือ WHA ESIE 5 พื้นที่กว่า 7,250 ไร่ ซึ่งเฟสแรกก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 85% และพร้อมโอนที่ดินได้ตั้งแต่กลางปีนี้ สำหรับในเวียดนาม อยู่ระหว่างขยายโครงการในจังหวัดเหงะอาน (Nghe An) โซน 1 และ 2 และกำลังเตรียมยื่นขอใบอนุญาต (IRC) สำหรับโครงการใหม่ในดานัง และฮึงเอียน (Hung Yen) WHA Utilities & Power (WHAUP) ดำเนินธุรกิจโดยเกาะกระแส Data Center และพลังงานหมุนเวียน ตั้งเป้ายอดจำหน่ายน้ำรวมที่ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร และขยายพอร์ตพลังงานไฟฟ้าให้ถึง 1,124 เมกะวัตต์ โดยมองเห็นโอกาสสำคัญจากการเข้ามาของกลุ่ม Data Center ที่มีความต้องการใช้น้ำสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปถึง 12-16 เท่า ในส่วนของพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) จะเน้นการทำ Direct PPA และ Third Party Access เพื่อให้บริการไฟฟ้าสะอาดแก่ลูกค้าในนิคมฯ โดยตรง WHA Digital ขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI Transformation กลุ่มดิจิทัลจะทำหน้าที่เป็น Enabler หลักในการทำ Digital และ AI Transformation ให้กับทุกกลุ่มธุรกิจในเครือ โดยล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ AI Playground เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานจริงในองค์กรนอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจ Mobility ผ่านการรวม Software Solution เข้ากับการให้บริการเช่ารถไฟฟ้าและโซลูชันการชาร์จ โดยไตรมาส 1/2569 บริษัทส่งมอบรถไปแล้ว 413 คัน จากเป้าหมายของปีนี้ที่ตั้งไว้ 637 คัน สู่เป้าหมาย 10,000 คัน ในปี 2573
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ ปัจจัยบวก -
แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง (2H/69) จะเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก โดยได้แรงหนุนจากนิคมอุตสาหกรรมใหม่ WHA-ESIE5 (เฟสแรก 3,400 ไร่) ที่จะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ตั้งแต่ Q2/69 เป็นต้นไป ซึ่งจะกลายเป็นนิคมฯ หลักในการสร้างรายได้ในปีนี้ (บล.ฟิลลิป) -
คาดกำไรสุทธิปี พ.ศ. 2569 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ (All time high) ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แม้บริษัทจะตั้งเป้ายอดโอนที่ดินใกล้เคียงกับปีก่อน แต่มีราคาขายเฉลี่ยต่อไร่ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสิ้น Q1/69 มี Backlog + LOI / MOU อยู่ที่ 1,629 ไร่ มูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งราคาเฉลี่ยต่อไร่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 6.76 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ 5.26 ล้านบาท (บล.ฟิลลิป) -
กระแสการย้ายฐานทุน (Investment Migration) และเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) แข็งแกร่ง สะท้อนจากมูลค่าการขอรับสิทธิประโยชน์ BOI ล่าสุดใน Q1/69 ที่ทำสถิติสูงสุดแตะ 1 ล้านล้านบาท โดย WHA ถือเป็นผู้ได้รับประโยชน์ลำดับต้น ๆ จากกลุ่มลูกค้าเทคโนโลยี ดิจิทัล (Data Center) และกลุ่ม Battery EV (บล.เคจีไอ) -
ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่นิคมอุตสาหกรรม (Non-IE) ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นำโดยธุรกิจสาธารณูปโภค (WHAUP) ที่มียอดขายน้ำให้กลุ่มปิโตรเคมีและยานยนต์เพิ่มขึ้น คาดค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้าปี พ.ศ. 2569 จะเพิ่มขึ้น 15-20% YoY ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ในระดับสูงกว่า 70% (บล.เคจีไอ) -
ความต้องการซื้อที่ดิน (Demand) ยังอยู่ในระดับสูง โดยบริษัทคงเป้ายอดขายที่ดินทั้งปี พ.ศ. 2569 ไว้ที่ 2.50 พันไร่ (ปัจจุบันยอดสะสม YTD อยู่ที่ 1.80 พันไร่ คิดเป็น 72% ของเป้าหมายทั้งปี) ด้านราคาขายเฉลี่ยมีแนวโน้มแตะระดับ 6 ล้านบาทต่อไร่ในเร็ว ๆ นี้ (บล.เคจีไอ) ปัจจัยลบ -
ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรก (Q1/69) หากนับเฉพาะกำไรปกติพบว่าลดลงแรง ทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากมียอดโอนที่ดินต่ำเพียง 295 - 296 ไร่ เพราะปีก่อนหน้ามีฐานที่สูงจากการโอนที่ดินผืนใหญ่ (Big lot) (บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ) -
แนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 2 (Q2/69) มีโอกาสชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก (QoQ) เนื่องจากคาดว่าจะไม่มีการรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของนิคมฯ เหมือนเช่นใน Q1/69 ที่มีกำไรพิเศษเข้ามาช่วยหนุนสูงถึง 737 - 905 ล้านบาท (บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ) -
ความล่าช้าของกฎระเบียบการอนุมัติเงินลงทุนออกนอกประเทศจีน (ODI) ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกลุ่มลูกค้าหลัก แม้คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มทยอยผ่อนคลายลงได้ในช่วง Q2/69 ก็ตาม (บล.ฟิลลิป) -
ยอดขายที่ดินในประเทศเวียดนามอาจต่ำกว่าเป้าหมาย โดยบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายที่เวียดนามไว้ที่ 200 ไร่ แต่อาจทำได้ไม่ถึงเป้าเนื่องจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามยังคงอยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง (บล.ฟิลลิป) -
ธุรกิจไฟฟ้าได้รับผลกระทบชั่วคราวและการเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน โดยใน Q1/69 ธุรกิจไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ของโรงไฟฟ้า Gheco-One ส่งผลให้รับรู้เป็นส่วนแบ่งขาดทุน นอกจากนี้บริษัทยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น อัตราการเติบโตของ GDP, ต้นทุนสาธารณูปโภคและค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น, ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก (บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น WHA เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews
|