ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า การทำงานที่ยาวนานขึ้นของแรงงานสูงอายุ และการอพยพ ยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจยูโรโซน แม้ภูมิภาคจะเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าจำนวนคนทำงานในยูโรโซนเพิ่มขึ้นอีก 172,000 คน ในไตรมาสแรกของปี 2026 ขณะที่ ECB ประเมินว่าการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานมีส่วนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนราวครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2023
รายงานของ ECB ยังสะท้อนว่า เมื่อสัดส่วนแรงงานสูงอายุที่ยังทำงานเริ่มเข้าสู่ระดับอิ่มตัว เศรษฐกิจยูโรโซนจะต้องพึ่งพา การนำเข้าแรงงานจากนอกยูโรโซน การยกระดับ ผลิตภาพแรงงาน หรือการใช้ เทคโนโลยี มากขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป
แรงงานสูงอายุ-ผู้อพยพ ยังพยุงการเติบโต
ECB ระบุว่าแนวโน้มให้คนทำงานอายุมากขึ้นยังช่วยประคองเศรษฐกิจในระยะใกล้ โดยจำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 7.8 ล้านคน จากปลายปี 2019 มาอยู่ที่ 173 ล้านคน ในกลางปี 2025 ขณะเดียวกัน แรงงานอายุ 65 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนเพียง 3% ของแรงงานยูโรโซน เทียบกับ 7% ในสหรัฐฯ และ 14% ในญี่ปุ่น
ในมุมของ ECB ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้เศรษฐกิจยูโรโซนยังขยายตัวได้ แม้แรงส่งจากประชากรวัยแรงงานตามธรรมชาติจะเริ่มอ่อนลง โดยข้อความจากรายงานวิเคราะห์ของ ECB เรื่องแรงงานและสังคมสูงวัยที่เผยแพร่ล่าสุดระบุว่า “เมื่อถึงจุดที่คนสูงอายุส่วนใหญ่ทำงานอยู่แล้ว การเติบโตทางเศรษฐกิจจะต้องพึ่งพาการนำเข้าแรงงานจากนอกยูโรโซน การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน”
อีกรายงานหนึ่งของ ECB ระบุว่า “การอพยพและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสังคมสูงวัย” ซึ่งตอกย้ำว่าประเด็นประชากรศาสตร์กำลังกลายเป็นตัวแปรหลักต่อแนวนโยบายเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้
ผลกระทบต่อนักลงทุน: จับตายูโร หุ้นวัฏจักร และพันธบัตรยุโรป
สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อ เศรษฐกิจยูโรโซน ในระยะสั้น เพราะการจ้างงานที่ขยายตัวช่วยประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และอาจหนุนความเชื่อมั่นต่อ หุ้นยุโรปเชิงวัฏจักร ที่อิงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม หากตลาดมองว่าแรงสนับสนุนจากแรงงานเริ่มจำกัดลงในอนาคต อาจทำให้ความคาดหวังต่อการเติบโตระยะยาวถูกปรับลด
ในฝั่งตลาดการเงิน ประเด็นนี้ยังอาจกระทบ ค่าเงินยูโร และ พันธบัตรยุโรป ผ่านมุมมองของนักลงทุนต่อแนวโน้มการเติบโตและนโยบายการเงิน หากเศรษฐกิจยังต้องพึ่งพาแรงงานนำเข้าและผลิตภาพมากขึ้น ตลาดอาจประเมินความเร็วของการฟื้นตัวในยูโรโซนแตกต่างกันไปตามความคืบหน้าของนโยบายอพยพและเทคโนโลยี
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจาก ECB
- แนวโน้มการจ้างงานและสัดส่วนแรงงานสูงอายุในยูโรโซนว่าจะยังขยายต่อหรือเริ่มชะลอ
- ความคืบหน้าด้านนโยบายการอพยพของยุโรป และผลต่อกำลังแรงงานในอนาคต
- การยกระดับผลิตภาพแรงงานและบทบาทของเทคโนโลยีในการชดเชยผลของสังคมสูงวัย
- การประชุม ECB ครั้งถัดไปในวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ซึ่งอาจมีการอัปเดตมุมมองเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ภาพรวมสำหรับตลาดยุโรป
โดยสรุป รายงานของ ECB ชี้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังได้แรงหนุนจากการทำงานยาวนานขึ้นของแรงงานสูงอายุและการอพยพในระยะนี้ แต่ในระยะยาวภูมิภาคจะต้องพึ่งพา ผลิตภาพ และ เทคโนโลยี มากขึ้นเพื่อชดเชยแรงกดดันจากโครงสร้างประชากรที่สูงวัยขึ้นเรื่อย ๆ นักลงทุนจึงควรจับตาทั้งข้อมูลแรงงาน นโยบายอพยพ และแนวโน้มการเติบโตของยูโรโซนอย่างใกล้ชิด