ดาวโจนส์ปิดบวก 294 จุด รับความหวังเจรจาตะวันออกกลาง-งบบจ.แกร่ง

รูป ดาวโจนส์ปิดบวก 294 จุด รับความหวังเจรจาตะวันออกกลาง-งบบจ.แกร่ง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 พ.ค. 69 6:06: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันศุกร์ (22 พ.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนตอบรับสัญญาณความคืบหน้าจากการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและฤดูกาลรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,579.70 จุด เพิ่มขึ้น 294.04 จุด (+0.58%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,473.47 จุด เพิ่มขึ้น 27.75 จุด (+0.37%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,343.97 จุด เพิ่มขึ้น 50.87 จุด (+0.19%)

บรรยากาศการซื้อขายในวอลล์สตรีทได้แรงบวกจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ดัชนี S&P500 ยังคงปิดแดนบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 8 ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดหลังจากทำสถิติปิดบวก 9 สัปดาห์เมื่อเดือนธ.ค. 2023

ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า “สหรัฐฯ มีความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน แม้ยังมีงานที่ต้องทำอยู่อีกมาก” ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่า ความเห็นต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงมีอยู่มาก

เจมส์ เซนต์ ออบิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Ocean Park Asset Management กล่าวว่า “ฤดูกาลรายงานผลประกอบการออกมาดีมาก และข้อมูลทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ก็ดูค่อนข้างแข็งแกร่งหากไม่นับข้อมูลที่ขัดแย้งไม่กี่ตัว ดังนั้นภาพรวมทางปัจจัยพื้นฐานจึงแข็งแกร่งมาก โดยสงครามถือเป็นอุปสรรคใหญ่ของการเคลื่อนไหวในตลาดหุ้น แต่อย่างน้อยหัวข้อข่าวในวันนี้ก็ดูเป็นไปในทางที่ดี และน่าจะช่วยหนุนตลาดได้ในระดับหนึ่ง”

นอกจากนี้ เซนต์ ออบิน ยังระบุว่า ตลาดพันธบัตรดูเหมือนจะเริ่มคลายความร้อนแรงลง และบอนด์ยีลด์ก็ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีมากเช่นกัน โดยบอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี ลดลง 0.26% มาอยู่ที่ 4.558%

ขณะเดียวกัน เควิน วอร์ช ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันศุกร์ ท่ามกลางช่วงเวลาสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่านกลายเป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อและกดดันความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียได้แรงหนุนจากหุ้น Qualcomm ที่ขึ้น 12% ขณะที่หุ้น Nvidia ขยับลง 1.90%

- หุ้น 9 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปิดแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์, สาธารณูปโภค, อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ส่วนกลุ่มสื่อสารและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานปรับตัวลดลง

- หุ้นของบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ พุ่งแรงตามผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Lenovo Group ซึ่งรายงานรายได้รายไตรมาสโตเกินคาดถึง 27% โดยหุ้น Dell Technologies พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังทะยานขึ้น 17% ขณะที่หุ้น HP Inc บวก 15%

- หุ้น Estée Lauder แบรนด์เครื่องสำอางพุ่งขึ้น 12% หลังจากบริษัทและ Puig บริษัทน้ำหอมจากสเปน ยุติการเจรจาเรื่องควบรวมกิจการ

- หุ้น Workday ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลบวก 5% หลังจากรายงานรายได้และกำไรไตรมาสแรกสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 17,330 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 18,540 ล้านหุ้น

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.68 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 384 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 79 ตัว

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 29 ตัว และไม่มีหุ้นทำจุดต่ำสุดใหม่ ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 131 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 71 ตัว

ที่มา Reuters

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย