ทำไมตลาดถึงเริ่มมอง Fed ขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น
แรงคาดการณ์ใหม่นี้เกิดจากการตีความว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังมีความเสถียรพอสมควร และเฟดอาจมีเวลามากขึ้นในการคุมแรงกดดันเงินเฟ้อจากน้ำมันก่อนจะหันไปพิจารณาการลดดอกเบี้ย นักเศรษฐศาสตร์จาก Evercore ISI ระบุว่า หากตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ Fed จะสามารถมุ่งเน้นควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อจากน้ำมันได้นานขึ้นก่อนที่จะหันไปพิจารณาการลดดอกเบี้ย
Lawrence Gillum หัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านตราสารหนี้ของ LPL Financial กล่าวตรงไปตรงมาว่า “โอกาสการลดดอกเบี้ยในปีนี้ยังคงมีอยู่แต่ลดน้อยลง” ขณะที่มุมมองในตลาดอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ยสะท้อนการปรับคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อตลาดพันธบัตร ฟิวเจอร์ส และ SOFR
การเปลี่ยนมุมมองต่อ นโยบายการเงิน ทำให้ตลาดพันธบัตรและอัตราดอกเบี้ยสหรัฐสะท้อนภาพที่เข้มงวดขึ้นต่อ Fed โดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่ม ตราสารหนี้ ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย ออปชั่น SOFR และเส้นอัตราผลตอบแทนสหรัฐ ซึ่งมักตอบสนองเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังของตลาด
ข้อมูลในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยอาจถูกเลื่อนไปเป็นต้นปี 2028 ในบางช่วงการคาดการณ์ ขณะที่ความสนใจในการถือสถานะ short เพิ่มขึ้น 5% สะท้อนว่าผู้เล่นบางส่วนเริ่มวางตำแหน่งรับความเสี่ยงต่อการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง เส้นส่วนหน้าของกราฟผลตอบแทนสหรัฐยังไม่ได้สะท้อนความเป็นไปได้ของรอบการขึ้นดอกเบี้ยในช่วง 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า อย่างเต็มที่ ตามมุมมองของ Brij Khurana จาก Wellington Management ซึ่งกล่าวว่า “เส้นส่วนหน้าของกราฟผลตอบแทนสหรัฐยังสะท้อนความเป็นไปได้ของรอบการขึ้นดอกเบี้ยใน 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้าน้อยมาก”
สัญญาณจากตลาดและมุมมองของนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันเห็นตรงกันว่าตลาดกำลังปรับสมมติฐานใหม่ต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจและท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟดยังไม่ส่งสัญญาณชัดว่าการลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเร็ว การคาดการณ์ในตลาด swaps และ futures จึงกลายเป็นตัวชี้นำสำคัญของ sentiment ต่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ย
ในตลาดออปชั่นที่เกี่ยวข้องกับ SOFR การตั้งราคาความเสี่ยงต่อการขึ้นดอกเบี้ยเริ่มเด่นชัดขึ้นเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าผู้ลงทุนต้องเตรียมรับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นในสัญญา swaps, futures และ options หากข้อมูลเศรษฐกิจถัดไปหนุนภาพตลาดแรงงานที่ยังแข็งแรง
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้
ปัจจัยใกล้ตัวที่สุดคือ รายงานการจ้างงานสหรัฐในวันศุกร์ ว่าจะช่วยยืนยันหรือหักล้างมุมมองเรื่องความเสถียรของตลาดแรงงานได้มากน้อยเพียงใด หลังจากนั้นตลาดจะจับตาการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ Fed ว่าจะเปลี่ยนท่าทีต่อการขึ้นหรือการลดดอกเบี้ยอย่างไร
อีกจุดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือสัญญา SOFR และตลาดออปชั่น ว่าพรีเมียมของการคาดการณ์ Fed ขึ้นดอกเบี้ย จะขยายตัวต่อหรือเริ่มชะลอลง โดยไทม์ไลน์สำคัญอยู่ที่ช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า ประมาณเดือนเมษายนปีหน้า และมุมมองระยะยาวที่อาจยืดไปถึง ต้นปี 2028