14 ก.ค. 2569อสังหาฯ จีนยังเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง หลังปรับโครงสร้างหนี้ไม่ฟื้นTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ก.ค. 69 17:09 น. ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ยังส่งสัญญาณเปราะบางอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาในรอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผิดนัดชำระหนี้ แต่สะท้อนว่าสภาพคล่องของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนหลายรายกลับมาตึงตัวอีกครั้ง แม้บางบริษัทจะผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้มาแล้วก็ตาม ทั้งนี้ แรงกดดันด้านยอดขายบ้านที่ยังอ่อนแอทำให้สมมติฐานการฟื้นตัวของกระแสเงินสดไม่เป็นไปตามคาดผิดนัดชำระหนี้สะท้อนความเสี่ยงที่ยังไม่คลี่คลายกรณีของ China Aoyuan Group เป็นอีกสัญญาณสำคัญ เมื่อบริษัทผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรในประเทศที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน มูลค่ารวมเงินต้นและดอกเบี้ย 1.83 พันล้านหยวน ขณะเดียวกันยังผิดนัดจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรดอลลาร์สหรัฐ 3 รุ่นเมื่อปลายเดือนมีนาคม เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำว่าความเสี่ยงของภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังไม่ได้รับการแก้ไขด้วยการรีไฟแนนซ์เพียงรอบเดียวนักวิเคราะห์มองว่า แม้การปรับโครงสร้างหนี้จะช่วยยืดระยะเวลาชำระหนี้และลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่หากยอดขายและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังไม่ฟื้นตัว บริษัทก็ยังมีโอกาสกลับมาเผชิญปัญหาสภาพคล่องซ้ำอีกครั้งChina Vanke ยังชี้ให้เห็นแรงกดดันต่อทั้งอุตสาหกรรมอีกหนึ่งบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง China Vanke คาดว่าจะขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 12,000–15,000 ล้านหยวน เทียบกับการขาดทุน 11,900 ล้านหยวน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จีนยังคงเผชิญแรงกดดันสูง และการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยยังไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงการที่บริษัทแต่งตั้งอดีตเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกำกับการเงินในเซินเจิ้นขึ้นเป็นประธาน ยิ่งสะท้อนถึงความพยายามในการเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาดและเสริมการบริหารความเสี่ยง ทว่าในมุมของนักลงทุน สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากขึ้นคือคุณภาพของกระแสเงินสด มากกว่าการจัดโครงสร้างหนี้ใหม่เพียงอย่างเดียวผลกระทบต่อหุ้นไทยและสินทรัพย์ลงทุนทั่วโลกแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน เช่น อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง ธนาคาร ปิโตรเคมี พลังงาน และธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกไปจีนหรือการท่องเที่ยวจีนในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังยืดเยื้อ สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรคุณภาพดีและทองคำอาจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง ขณะที่การประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อจีนอาจต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิมบทสรุป: หนี้อย่างเดียวไม่พอ หากกระแสเงินสดไม่ฟื้นสถานการณ์ล่าสุดสะท้อนชัดว่า ปัญหาของผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนไม่ได้อยู่ที่การผิดนัดชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างรายได้ สภาพคล่อง และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด หากยอดขายบ้านยังหดตัวและความเชื่อมั่นผู้ซื้อยังไม่กลับมา การปรับโครงสร้างหนี้ก็อาจเป็นเพียงการซื้อเวลา มากกว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนดังนั้น ตลาดจึงยังต้องติดตามข้อมูลยอดขาย บ้านใหม่ การผิดนัดชำระหนี้ และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐจีนอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จีน และอาจส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของตลาดทุนในภูมิภาคต่อไป closeลงชื่อเข้าใช้งานหรือ สมัครใช้งานฟรี เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ efinAI และ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นcloseกรุณาอัปเกรดแพ็กเกจเพื่ออ่านข่าวย้อนหลังและใช้งานฟีเจอร์เต็มรูปแบบแท็กที่เกี่ยวข้องอสังหาริมทรัพย์จีนสภาพคล่องChina Aoyuan GroupChina Vankeการปรับโครงสร้างหนี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ก.ค. 69 17:09 น. ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ยังส่งสัญญาณเปราะบางอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาในรอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผิดนัดชำระหนี้ แต่สะท้อนว่าสภาพคล่องของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนหลายรายกลับมาตึงตัวอีกครั้ง แม้บางบริษัทจะผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้มาแล้วก็ตาม ทั้งนี้ แรงกดดันด้านยอดขายบ้านที่ยังอ่อนแอทำให้สมมติฐานการฟื้นตัวของกระแสเงินสดไม่เป็นไปตามคาดผิดนัดชำระหนี้สะท้อนความเสี่ยงที่ยังไม่คลี่คลายกรณีของ China Aoyuan Group เป็นอีกสัญญาณสำคัญ เมื่อบริษัทผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรในประเทศที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน มูลค่ารวมเงินต้นและดอกเบี้ย 1.83 พันล้านหยวน ขณะเดียวกันยังผิดนัดจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรดอลลาร์สหรัฐ 3 รุ่นเมื่อปลายเดือนมีนาคม เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำว่าความเสี่ยงของภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังไม่ได้รับการแก้ไขด้วยการรีไฟแนนซ์เพียงรอบเดียวนักวิเคราะห์มองว่า แม้การปรับโครงสร้างหนี้จะช่วยยืดระยะเวลาชำระหนี้และลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่หากยอดขายและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังไม่ฟื้นตัว บริษัทก็ยังมีโอกาสกลับมาเผชิญปัญหาสภาพคล่องซ้ำอีกครั้งChina Vanke ยังชี้ให้เห็นแรงกดดันต่อทั้งอุตสาหกรรมอีกหนึ่งบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง China Vanke คาดว่าจะขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 12,000–15,000 ล้านหยวน เทียบกับการขาดทุน 11,900 ล้านหยวน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จีนยังคงเผชิญแรงกดดันสูง และการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยยังไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงการที่บริษัทแต่งตั้งอดีตเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกำกับการเงินในเซินเจิ้นขึ้นเป็นประธาน ยิ่งสะท้อนถึงความพยายามในการเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาดและเสริมการบริหารความเสี่ยง ทว่าในมุมของนักลงทุน สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากขึ้นคือคุณภาพของกระแสเงินสด มากกว่าการจัดโครงสร้างหนี้ใหม่เพียงอย่างเดียวผลกระทบต่อหุ้นไทยและสินทรัพย์ลงทุนทั่วโลกแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน เช่น อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง ธนาคาร ปิโตรเคมี พลังงาน และธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกไปจีนหรือการท่องเที่ยวจีนในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังยืดเยื้อ สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรคุณภาพดีและทองคำอาจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง ขณะที่การประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อจีนอาจต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิมบทสรุป: หนี้อย่างเดียวไม่พอ หากกระแสเงินสดไม่ฟื้นสถานการณ์ล่าสุดสะท้อนชัดว่า ปัญหาของผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนไม่ได้อยู่ที่การผิดนัดชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างรายได้ สภาพคล่อง และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด หากยอดขายบ้านยังหดตัวและความเชื่อมั่นผู้ซื้อยังไม่กลับมา การปรับโครงสร้างหนี้ก็อาจเป็นเพียงการซื้อเวลา มากกว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนดังนั้น ตลาดจึงยังต้องติดตามข้อมูลยอดขาย บ้านใหม่ การผิดนัดชำระหนี้ และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐจีนอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จีน และอาจส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของตลาดทุนในภูมิภาคต่อไป
ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ยังส่งสัญญาณเปราะบางอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาในรอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผิดนัดชำระหนี้ แต่สะท้อนว่าสภาพคล่องของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนหลายรายกลับมาตึงตัวอีกครั้ง แม้บางบริษัทจะผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้มาแล้วก็ตาม ทั้งนี้ แรงกดดันด้านยอดขายบ้านที่ยังอ่อนแอทำให้สมมติฐานการฟื้นตัวของกระแสเงินสดไม่เป็นไปตามคาดผิดนัดชำระหนี้สะท้อนความเสี่ยงที่ยังไม่คลี่คลายกรณีของ China Aoyuan Group เป็นอีกสัญญาณสำคัญ เมื่อบริษัทผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรในประเทศที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน มูลค่ารวมเงินต้นและดอกเบี้ย 1.83 พันล้านหยวน ขณะเดียวกันยังผิดนัดจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรดอลลาร์สหรัฐ 3 รุ่นเมื่อปลายเดือนมีนาคม เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำว่าความเสี่ยงของภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังไม่ได้รับการแก้ไขด้วยการรีไฟแนนซ์เพียงรอบเดียวนักวิเคราะห์มองว่า แม้การปรับโครงสร้างหนี้จะช่วยยืดระยะเวลาชำระหนี้และลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่หากยอดขายและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังไม่ฟื้นตัว บริษัทก็ยังมีโอกาสกลับมาเผชิญปัญหาสภาพคล่องซ้ำอีกครั้งChina Vanke ยังชี้ให้เห็นแรงกดดันต่อทั้งอุตสาหกรรมอีกหนึ่งบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง China Vanke คาดว่าจะขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 12,000–15,000 ล้านหยวน เทียบกับการขาดทุน 11,900 ล้านหยวน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จีนยังคงเผชิญแรงกดดันสูง และการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยยังไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงการที่บริษัทแต่งตั้งอดีตเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกำกับการเงินในเซินเจิ้นขึ้นเป็นประธาน ยิ่งสะท้อนถึงความพยายามในการเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาดและเสริมการบริหารความเสี่ยง ทว่าในมุมของนักลงทุน สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากขึ้นคือคุณภาพของกระแสเงินสด มากกว่าการจัดโครงสร้างหนี้ใหม่เพียงอย่างเดียวผลกระทบต่อหุ้นไทยและสินทรัพย์ลงทุนทั่วโลกแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน เช่น อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง ธนาคาร ปิโตรเคมี พลังงาน และธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกไปจีนหรือการท่องเที่ยวจีนในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังยืดเยื้อ สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรคุณภาพดีและทองคำอาจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง ขณะที่การประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อจีนอาจต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิมบทสรุป: หนี้อย่างเดียวไม่พอ หากกระแสเงินสดไม่ฟื้นสถานการณ์ล่าสุดสะท้อนชัดว่า ปัญหาของผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนไม่ได้อยู่ที่การผิดนัดชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างรายได้ สภาพคล่อง และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด หากยอดขายบ้านยังหดตัวและความเชื่อมั่นผู้ซื้อยังไม่กลับมา การปรับโครงสร้างหนี้ก็อาจเป็นเพียงการซื้อเวลา มากกว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนดังนั้น ตลาดจึงยังต้องติดตามข้อมูลยอดขาย บ้านใหม่ การผิดนัดชำระหนี้ และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐจีนอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จีน และอาจส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของตลาดทุนในภูมิภาคต่อไป