คลังสหรัฐฯ หนุนเฟดเปิดใจทิศทางดอกเบี้ย รับ AI และลดกฎระเบียบช่วยคุมเงินเฟ้อ
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นและพันธบัตรทั่วโลก สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดใจกว้างต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าปัจจัยจาก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลดกฎระเบียบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและกดเงินเฟ้อในระยะยาว แม้ราคาน้ำมันยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday Morning Futures ทางฟ็อกซ์นิวส์ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดควรมีใจที่เปิดกว้างต่อทิศทางดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังได้รับอานิสงส์จากผลิตภาพที่สูงขึ้น ทั้งจากเทคโนโลยี AI และบรรยากาศด้านกฎระเบียบที่ผ่อนคลายลง เขายังเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับยุคของอลัน กรีนสแปน อดีตประธานเฟด ในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ เคยเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยด้านผลิตภาพ
ด้านข้อมูลเงินเฟ้อ Core CPI เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และ 2.4% เมื่อเทียบรายปี เบสเซนต์มองว่าเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มชะลอลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลังตัวเลขดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 กันยายน เฟดภายใต้การนำของวอร์ชได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 สะท้อนว่าธนาคารกลางยังให้น้ำหนักกับแรงกดดันด้านราคาในวงกว้าง
แกนหลักของการวิเคราะห์ในครั้งนี้คือการแยก เงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน ออกจากเงินเฟ้อพื้นฐาน โดยราคาดีเซลและน้ำมันเบนซินที่ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความตึงเครียดในรัสเซีย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก เบสเซนต์ระบุว่าแรงกดดันเงินเฟ้อระยะสั้นจากราคาน้ำมันอาจไม่ยั่งยืน ขณะที่ AI และการลดกฎระเบียบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว ทำให้เฟดไม่จำเป็นต้องเข้มงวดนโยบายมากเกินไป
ผลกระทบต่อตลาดทุนและสินทรัพย์ลงทุน
สำหรับตลาดหุ้นไทย กลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเคมีอาจได้แรงหนุนหากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง ขณะเดียวกัน เบสเซนต์คาดว่าอิหร่านอาจหยุดส่งน้ำมันให้จีนในอีกไม่ช้า หลังจีนลดการสนับสนุนอิหร่านลงอย่างมาก และเหลือปริมาณน้ำมันอิหร่านที่อยู่ระหว่างขนส่งทางทะเลเพียง 15 ล้านบาร์เรล ซึ่งอาจส่งมอบรอบสุดท้ายภายใน 2 สัปดาห์ ข้างหน้า ปัจจัยนี้มีแนวโน้มกดดันอุปทานน้ำมันโลกและหนุนราคาพลังงานในระยะสั้น
ในทางกลับกัน กลุ่มธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานหรือมีต้นทุนพลังงานสูงอาจเผชิญแรงกดดันด้านมาร์จิ้นมากขึ้น ขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ทรงตัวในระดับสูงอาจทำให้เงินบาทผันผวนและกระทบต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ การจัดพอร์ตจึงต้องระมัดระวังมากขึ้นในช่วงที่ตลาดยังตอบสนองต่อทั้งปัจจัยดอกเบี้ยและราคาน้ำมัน
มุมมองต่อทองคำและตราสารหนี้
ด้านสินทรัพย์ทางเลือก ทองคำ ยังน่าสนใจในภาวะที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย แม้ราคาทองอาจผันผวนหากเฟดมีท่าทีเข้มงวดมากขึ้น แต่ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยยังเป็นแรงหนุนสำคัญ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลระยะกลางถึงยาวเริ่มมีส่วนชดเชยความเสี่ยงที่น่าสนใจมากขึ้น หลังอัตราผลตอบแทนปรับขึ้นไปอยู่ในระดับสูง
โดยภาพรวม นักลงทุนควรพิจารณา ทยอยลงทุน ในสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อและกระจายความเสี่ยงไปยังตราสารหนี้คุณภาพดี เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินโลก