| RT คาดผลประกอบการไตรมาส 2/69 โตจากช่วงเดียวกันปีก่อน รับเร่งทยอยส่งมอบงานและบริหารกระแสเงินสดมากขึ้น แย้มปัจจุบันตุน Backlog กว่า 5,572 ลบ. เล็งเข้าร่วมประมูลงานใหม่เพิ่มมูลค่ารวม 2 หมื่นลบ. พร้อมพัฒนา ERP, AI และ Automation เพื่อบริหารต้นทุนและความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงหนุนความสามารถการทำกำไรโตในระยะยาว นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ แนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/69 คาดว่าจะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยบริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพจากการดำเนินงานโครงการ โดยเฉพาะงานอุโมงค์ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลัก ควบคู่กับการรับงานรอบเร็วเพื่อเสริมสภาพคล่องและบริหารกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้ารายได้รวมทั้งปีนี้เติบโต 10% จากปีก่อน เนื่องจากประเมินแนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 2-4 ของปีนี้จะขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนประมาณ 5-10% ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ วันที่ 31 มี.ค.69 มูลค่ารวม 5,572 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 71 โดยแบ่งออกเป็นงานโครงการอุโมงค์รวม 4,020 ล้านบาท, งานโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำประมาณ 503 ล้านบาท,งานโครงการ Pipe Jacking & HDD ประมาณ 482 ล้านบาท, งานก่อสร้างเขื่อนและระบบชลประทานราว 76 ล้านบาท และโครงการอื่นๆรวม 491 ล้านบาท นอกจากนี้ล่าสุดกิจการร่วมค้าของบริษัทยังได้รับงานก่อสร้างสายไฟฟ้าใต้ดินบริเวณถนนศรีนครินทร์ มูลค่า 1,090 ล้านบาท บริษัทเตรียมเข้าร่วมประมูลงานใหม่เพิ่มเติมเพื่อทดแทนรายได้ที่ทยอยรับรู้ไป โดยมีแผนเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่รวมมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานอุโมงค์ อาทิ อุโมงค์รถไฟทางคู่ อุโมงค์ถนน และอุโมงค์ระบายน้ำ ทั้งนี้หากนโยบายภาครัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทคาดว่าจะมีโอกาสได้รับงานมากกว่า 50% ของมูลค่างานที่เข้าประมูล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายฐานรายได้และสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป สำหรับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้าง ปัจจุบันยังสามารถดำเนินงานได้ตามแผน อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จังหวัดระยอง 93% งานก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ 78% งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟทางคู่ สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย–งาว 61% และสัญญาที่ 2 ช่วงงาว – เชียงราย 89% รวมถึงงานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา บริเวณคอขวด 66% โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง 68% โครงการอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง จังหวัดตราด 84% และงานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง 6% รวมถึงโครงการอื่นๆที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 71 สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้าง ส่งผลให้บริษัทเพิ่มมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามราคาน้ำมันและวัสดุหลัก การเจรจากับ Supplier การกระจายแหล่งจัดซื้อ รวมถึงบริหารจัดการด้านพลังงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะเดียวกัน บริษัทพัฒนาระบบ ERP, AI และ Automation เพื่อติดตามความก้าวหน้าและต้นทุนของโครงการแบบ Real Time ช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนความสามารถการทำกำไรและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้รวม 933 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท รวมถึงสามารถบริหารต้นทุนงานโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ฐานะทางการเงินปรับตัวดีขึ้นโดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.8% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ติดลบ 4.2% ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |