“วิทัย” ชี้มาตรการรัฐดันจีดีพีปี 69 โต 2% ยันไร้ความจำเป็นขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

รูป “วิทัย” ชี้มาตรการรัฐดันจีดีพีปี 69 โต 2% ยันไร้ความจำเป็นขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 มิ.ย. 69 16:42 น.

“วิทัย” เผย มาตรการรัฐช่วยพยุง GDP ปีนี้โต 2% หากไร้แรงหนุนทรุดเหลือ 1.5% จับตาบริโภคเอกชนเด่น-ดุลบัญชีเดินสะพัดจ่อสมดุลสิ้นปี แย้มปี 70 แผ่วลงเหลือ 1.7% จากฐานที่สูง ด้านเงินเฟ้อมองไตรมาส 3/69 พีคสุดแตะ 5% ยันไร้ความจำเป็นขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน Governor Connect ว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง จากผลกระทบของสงคราม คาดว่า มาตรการภาครัฐ​จะทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2% แต่หากไม่มีมาตรการของรัฐ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 1.5% ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 2570 จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.7% จากฐานที่สูงในปีนี้

“ตัวขับเคลื่อนหลัก จะมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 2.6% จากเดิมคาด 1.6% ส่วนการลงทุนภาคเอกชน คาดเติบโต 3.9% โดยการกระตุ้นรอบนี้มีผลในการดึงเศรษฐกิจขึ้นมา โดยเห็นได้จากไตรมาส 3/2569 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ถึง 3.2% จากเดิมคาด 1.9%”นายวิทัย กล่าว

รับเงินเฟ้อพีคสุดใน Q3/2569 แตะ 5%

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มเร่งขึ้นชั่วคราวในปี 2569 ตามราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุน รวมทั้งผลของ El Nino แต่จะลดลงในปี 2570 โดยประเมินทั้งปีที่ 1.4% โดยธปท.ยังติดตามสถานกาณ์อย่างใกล้ชิด

“ก่อน ออกพ.ร.ก. ประเมินเงินเฟ้อที่ 2.9% จากผลของราคาน้ำมัน และหลังจากออก พ.ร.ก.จะอยู่ที่ 3% โดยในบางเดือน เงินเฟ้อจะขึ้นไปสูงสุดในไตรมาส 3 หรือ ต.ค. ที่ 5% และการนำมาของการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากทำให้การบริโภคสูงขึ้น ก็ยังทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น และบางเดือน อาจขึ้นไปที่ 5.2% ได้ ในภาพรวมเงินเฟ้อที่เคยต่ำๆ ก็จะสูงขึ้น 2.9% เฉลี่ยทั้งปี และขึ้นเป็น 3% ส่วนปีหน้า จากฐานที่สูง เงินเฟ้อในไตรมาส 2 จะลดลง และทั้งปี คาดว่าจะอยู่ที่ 1.4% โดยธปท.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”นายวิทัย กล่าว

พ.ร.ก.ที่ออกมานั้น ประเมินว่า ช่วยในการประคองเศรษฐกิจ โดยปีหน้าจะทำให้ได้รับผลกระทบบ้างจากฐานที่สูงในแง่ของเศรษฐกิจ สำหรับเงินเฟ้อนั้น ประเมินในไตรมาส 2 จะลดลง จากฐานที่สูงในปีนี้ แต่ภาพรวมมองปีหน้าไตรมาส 2/2570 อาจจะอยู่ที่ 1.3%

“ในภาวะที่มีความไม่แน่นอน หน้าที่เราคือเงินเฟ้อ เราก็ติดตามภาวะเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นว่า เป็นแบบนี้ นโยบายการเงินจะถูกออกแบบและดีไซน์ในแบบนี้ แต่หากมีปัจจัยอื่นเพิ่มเติม การดีไซน์นโยบายการเงินก็จะปรับเปลี่ยนไปตาม Data dependency และด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เงินเฟ้อจะลงในไตรมาส 2 ปีหน้า ทำให้เราไม่มีความจำเป็นที่จะขึ้นดอกเบี้ย เพื่อไปทำให้ดีมานลดลง เพราะไม่ได้ช่วยแก้ไขเงินเฟ้อในแง่ของซัพพลาย แต่หากสถานการณ์เปลี่ยน ก็จะมีการพิจารณาอีกครั้ง”นายวิทัย กล่าว

ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด และใกล้สมดุล โดยในปี 2569 มีโอกาสเข้าใกล้ศูนย์ เป็นผลจาก ดุลการค้ามีแนวโน้มกลับมาเกินดุลได้ในไตรมาส 4/2569 จากมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี มูลค่านำเข้าที่จะทยอยลดลง ตามราคาน้ำมันโลก ขณะที่ดุลบริการ มีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามรายรับภาคการท่องเที่ยว และค่าระวางเรือที่จะลดลงตามราคาน้ำมันโลก

สำหรับภาคการส่งออกในปีนี้ ประเมินว่า การส่งออกยังเติบโตดี โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ 8.1% ในปีนี้ แต่ยังกระจุกตัวในสินค้าเทคโนโลยี และผู้ส่งออกรายใหญ่น้อยราย ซึ่งผู้ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีรายใหญ่ 1% ส่งออกถึง 76 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 85% ของมูลค่าการส่งออกเทคโนโลยีทั้งหมด

ขณะที่ มาตรการเฝ้าระวัง ธุรกรรมไม่พึงประสงค์ โดยที่ผ่านมา ได้ยกระดับกระบวนการ KYC,CDD,EDD การติดตามธุรกรรมผิดปกติ ธุรกรรมเงินสด ซึ่งในระยะถัดไป จะกำกับธุรกรรม ฝากเงินสดและแลกเงินสด มูลค่ามากกว่า 5 ล้านบาท โดยจะต้องแจ้งแหล่งที่มาของเงินสด และวัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรม นอกจากนี้ ยังเข้มงวด ตรวจสอบการนำไปปฏิบัติจริง เพื่อลดความเสี่ยงการทำธุรกรรมเงินสดไม่พึงประสงค์ด้วย

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย