TIDLOR โชว์กำไร Q1/69 นิวไฮแตะ 1,613 ลบ. โต 34.7% รับธุรกิจสินเชื่อ-ประกันภัยสดใส

รูป TIDLOR โชว์กำไร Q1/69 นิวไฮแตะ 1,613 ลบ. โต 34.7% รับธุรกิจสินเชื่อ-ประกันภัยสดใส

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 11:43 น.

TIDLOR โชว์กำไร Q1/69 นิวไฮ 1,613.7 ล้านบาท โต 34.7% YoY รับผลขาดทุนด้านเครดิตลดลงและรายได้ธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัยเติบโต ด้านคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น หลังคุม NPL ต่ำเหลือ 1.47%

บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เปิดเผยผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในช่วงไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 1,613.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 63.3% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) พร้อมทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบไตรมาส โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิต การเติบโตของรายได้ทั้งธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย รวมถึงการควบคุมต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ


นางสาวชลธิชา ทองไทย ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายบัญชีและการเงิน (CFO) บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings เปิดเผยว่ากลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 6,069.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% (YoY) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการขยายฐานลูกค้า และช่องทางการให้บริการที่หลากหลายครอบคลุม (Omni-Channel) ขณะที่บริษัทบริหารค่าใช้จ่ายภายใต้การขยายตัวของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายลดลงมาอยู่ที่ 4,041.9 ล้านบาท ลดลง 2.2% (YoY) เป็นผลจากการลดลงของการขาดทุนด้านเครดิตและต้นทุนทางการเงิน โดยสะท้อนให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 54.4%

ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/69 กลุ่มบริษัทมียอดเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 3,090.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% (YoY) เป็นผลมาจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ครอบคลุมความคุ้มครองทั้งรถ คน บ้าน และช่องทางการขายที่ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มผ่าน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ ประกันติดโล่ (Shield Insurance Broker), อารีเกเตอร์ (Areegator) และเฮ้ กู๊ดดี้ (heygoody.com) ซึ่งสามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตให้ภาพรวมธุรกิจนายหน้าประกันภัยได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจสินเชื่อ กลุ่มบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวม 109,926.1 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5% (YoY) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากพอร์ตสินเชื่อทะเบียนรถ และมีจำนวนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 8.2% (YoY) สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพภายใต้นโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ โดยการเติบโตมาจากทั้งช่องทางสาขากว่า 1,892 แห่งทั่วประเทศ และยังมาจากช่องทางดิจิทัลที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบัตรติดล้อ และบริการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี (E-Withdrawal) ผ่านแอปพลิเคชันติดใจ (ชื่อเดิมแอปพลิเคชันเงินติดล้อ) ซึ่งช่วยยกระดับการให้บริการทางการเงินในรูปแบบ Self-service เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มบริษัทได้เป็นอย่างดี

ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ดี โดยอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.47% จาก 1.54% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อใหม่ที่ยังอยู่ในระดับที่ดี การติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ และผลจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ภายใต้โครงการของภาครัฐ

ทั้งนี้คุณภาพสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้อัตราผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อ (Credit Cost) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.7% จาก 3% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทยังคงรักษาระดับอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) ในระดับสูงที่ 340.5%

นางอาฑิตยา พูนวัตถุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ (TIDLOR) กล่าวว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 สะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของกลุ่ม Tidlor Holdings ทั้งด้านความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพของธุรกิจนายหน้าประกันภัยและธุรกิจสินเชื่อ การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ และการบริหารต้นทุน รวมถึงการรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

โดยกลุ่มบริษัทยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้การบริหารงานของทีมผู้บริหารมืออาชีพที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการ ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสทางการเงินและการเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยให้กับคนไทย

ด้านช่วงเช้าวันนี้ (8 พ.ค.69) พบความเคลื่อนไหวราคาหุ้น TIDLOR ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.64% มาอยู่ที่ระดับ 17.10 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.60 บาท จากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 16.50 บาท


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย