โอซาก้ากำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจที่พักรายวัน แบบ minpaku ในญี่ปุ่น หลังทั้งรัฐบาลกลางและเทศบาลท้องถิ่นเริ่มเข้มงวดกฎระเบียบมากขึ้น ขณะเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงยังซ้ำเติมผู้ประกอบการจีนที่พึ่งพาตลาดนี้โดยตรง ทำให้รายได้และอัตราการเข้าพักอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
บทความระบุว่า ญี่ปุ่นเปิดทางให้ดำเนินธุรกิจที่พักรายวันในเขตพิเศษตั้งแต่ปี 2013 และโอซาก้าเริ่มใช้ในปี 2016 ก่อนที่กรอบกติกาทั่วประเทศในปี 2018 จะจำกัดการดำเนินงานไม่เกิน 180 วันต่อปีต่อหนึ่งแห่ง ปัจจุบันโอซาก้ามีที่พักลักษณะนี้ 8,178 แห่ง ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ คิดเป็น 94.3% ของทั้งญี่ปุ่น สะท้อนการเติบโตที่รวดเร็วมากในช่วงที่ผ่านมา
แรงกดดันด้านกฎระเบียบเพิ่มขึ้น
การขยายตัวของ minpaku ในโอซาก้าก่อให้เกิดข้อร้องเรียนจากชุมชนมากขึ้น ทั้งเรื่อง เสียงรบกวน และ การทิ้งขยะ ส่งผลให้ทางการต้องเพิ่มการกำกับดูแลอย่างจริงจัง และเตรียมหยุดรับคำขอเปิดใหม่ภายใต้กฎเขตพิเศษตั้งแต่สิ้นเดือนนี้ มาตรการดังกล่าวอาจช่วยลดผลกระทบต่อสังคมเมือง แต่ก็ทำให้ความสามารถในการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการถูกจำกัดทันที
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและนักลงทุน
ในเชิงการลงทุน การคุมเข้มครั้งนี้อาจกดดันมูลค่าของผู้เล่นที่เน้นขยายจำนวนยูนิต เพราะโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากการเปิดใหม่ลดลง ขณะเดียวกัน นักลงทุนอาจหันไปให้น้ำหนักกับ ผู้ประกอบการโรงแรมที่มีแบรนด์ และระบบบริหารจัดการที่ชัดเจนมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดจองของที่พักรายวันอ่อนตัวลง
อีกปัจจัยสำคัญคือ การลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของธุรกิจที่พึ่งพาดีมานด์จากจีนอย่างมาก เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวหดตัว ยอดเข้าพักและรายได้ของผู้ประกอบการจีนย่อมถูกบีบให้ลดลงตามไปด้วย และอาจกระทบต่อแผนขยายธุรกิจในระยะถัดไป
สรุปแนวโน้ม
ภาพรวมของตลาดที่พักรายวันในโอซาก้าจึงกำลังเข้าสู่ช่วงปรับสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการควบคุมผลกระทบต่อเมือง สำหรับผู้ประกอบการจีน ความท้าทายไม่ได้มีเพียงกฎที่เข้มขึ้น แต่ยังรวมถึงดีมานด์จากนักท่องเที่ยวจีนที่อ่อนแรงลง ซึ่งอาจทำให้การแข่งขันในตลาดที่พักญี่ปุ่นเข้มข้นขึ้นในระยะต่อไป
- กฎที่พักรายวันในโอซาก้าเข้มขึ้น และอาจจำกัดการขยายตัว
- นักท่องเที่ยวจีนลดลง กดดันยอดเข้าพักและรายได้
- ผู้ประกอบการโรงแรมแบรนด์ชัดเจน อาจได้เปรียบเชิงลงทุน