Bitazza Thailand ตอกย้ำฐานะนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลผู้นำด้านสเตเบิลคอยน์ในไทย บนเวที Money20/20 Asia เชื่อมผู้เล่นระดับสถาบันสู่โอกาสใหม่ของระบบการเงิน

รูป Bitazza Thailand ตอกย้ำฐานะนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลผู้นำด้านสเตเบิลคอยน์ในไทย บนเวที Money20/20 Asia เชื่อมผู้เล่นระดับสถาบันสู่โอกาสใหม่ของระบบการเงิน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 เม.ย. 69 14:12 น.

บริษัท บิทาซซ่า จำกัด หรือ Bitazza Thailand นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จัดงาน “The Movable Monday” ภายใต้กรอบของงาน Money20/20 Asia เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตลาดประเทศไทยเชื่อมโยงผู้เล่นระดับโลกด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและสเตเบิลคอยน์เข้ากับโอกาสใหม่ในระบบการเงินไทย ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านการเข้าถึงสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน โดยจัดขึ้นร่วมกับพันธมิตรระดับโลก Anchorage Digital ธนาคารสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับใบอนุญาตในระดับรัฐบาลกลาง ผู้พัฒนาสเตเบิลคอยน์ USAT และ Tether ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสเตเบิลคอยน์ระดับโลกและผู้พัฒนาสเตเบิลคอยน์ USDT

การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ Money20/20 Asia ได้ยกระดับจากงานสัมมนาอุตสาหกรรมสู่เวทีรวมผู้กำหนดทิศทางของระบบการเงินในภูมิภาค ทั้งจากภาคการเงิน การชำระเงิน โครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดน และสถาบันการลงทุน สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยที่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางฟินเทคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิมลพรรณ วิบูลย์มา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาดของ Bitazza Thailand กล่าวว่า “สเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเงินยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่ทางเลือกในการลงทุนเพียงอย่างเดียว สะท้อนผ่านตลาดที่เติบโตขึ้น รายงานของ CoinDesk Data ระบุว่า มูลค่าตลาดของสเตเบิลคอยน์เพิ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ในเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.17 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ การจัดงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ภายใต้งาน Money20/20 จึงเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของเราที่จะเชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานอย่างเท่าทันโลก”

Bitazza Thailand ในฐานะผู้เล่นที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนานกว่า 7 ปี และเป็นนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในประเทศไทยร่วมส่งเสริมอนาคตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านเวทีเฉพาะกลุ่ม เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการพูดคุยเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของสเตเบิลคอยน์ในระบบการเงินยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้เล่นระดับสถาบันในด้านการชำระเงิน การบริหารสภาพคล่อง และการใช้งานจริงในระดับโครงสร้างพื้นฐาน

ภายในงาน “The Movable Monday” ยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “Building the Future of Money – Institutions, Infrastructure & the Road Ahead” ซึ่งวิมลพรรณได้ร่วมดำเนินรายการ และถ่ายทอดมุมมองจากผู้เล่นระดับสถาบันในหลากหลายมิติของอุตสาหกรรม

จากคริปโตสู่โครงสร้างพื้นฐานการเงิน: บทบาทใหม่ของสเตเบิลคอยน์
เวทีเสวนาเริ่มจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่า สถาบันการเงินเริ่มมองสเตเบิลคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านการบริหารสภาพคล่อง รวมถึงการชำระเงินและการโอนเงินข้ามพรมแดน มากกว่าการเป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อการลงทุน

Aaron Thian - Director of Institutional Sales, Anchorage Digital กล่าวว่า “สเตเบิลคอยน์กำลังถูกนำมาใช้งานในกระบวนการทางการเงินของสถาบันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการทดลองในช่วงแรกสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องมีทั้งความปลอดภัย การกำกับดูแล และการเข้าถึงที่ได้มาตรฐาน”

ในมุมมองของฝั่งผู้ออกเหรียญ บุณยวีย์ พลายพันธุ์ - Thailand/Indochina Country Manager, Tether กล่าวว่า “สเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการเงินโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่การเข้าถึงเงินดอลลาร์สหรัฐและระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนยังมีข้อจำกัด”

ระบบนิเวศที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการใช้งานจริง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้น คือ การเติบโตของสเตเบิลคอยน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นรายใดรายหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทั้งระบบนิเวศ ทั้งในส่วนของผู้ออกเหรียญที่สร้างสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานและผู้ดูแลสินทรัพย์ที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยและระบบหลังบ้าน รวมถึงแพลตฟอร์มนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitazza Thailand ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อสภาพคล่องระดับโลกสู่ผู้ใช้งานในประเทศไทย

ศิรดา ไตรจักร์วนิช รองประธานฝ่ายการพัฒนาธุรกิจ Bitazza Thailand กล่าวว่า “Bitazza Thailand มุ่งเน้นการเป็นประตูเชื่อมระหว่างตลาดไทยกับระบบนิเวศระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มสเตเบิลคอยน์และการใช้งานในระดับสถาบัน เราให้ความสำคัญกับการดำเนินงานภายใต้กรอบกำกับดูแล และการสร้างโอกาสที่มีคุณภาพให้กับผู้ใช้งานในระยะยาว”

ความเชื่อมั่น: หัวใจของการยอมรับในระดับสถาบัน
แม้สเตเบิลคอยน์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เวทีเสวนาชี้ให้เห็นตรงกันว่า “ความเชื่อมั่น” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของการยอมรับในระดับสถาบัน

ความเชื่อมั่นนี้ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ความโปร่งใสของเงินสำรอง สภาพคล่องที่สามารถใช้งานได้จริง และความสม่ำเสมอในการรักษาเสถียรภาพของสินทรัพย์

ขณะเดียวกัน ฝั่งโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Anchorage Digital ยังเน้นย้ำว่า ความปลอดภัยของระบบเป็นสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้ เนื่องจากความเชื่อมั่นสามารถสูญเสียได้จากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: พื้นที่สำคัญของการใช้งานจริง
เวทีเสวนายังสะท้อนให้เห็นว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย กำลังก้าวขึ้นเป็นพื้นที่สำคัญของการใช้งานสเตเบิลคอยน์ในภาคธุรกิจ

สเตเบิลคอยน์ถูกนำไปใช้จริงในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินข้ามพรมแดน การบริหาร Treasury และการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว และแก้ข้อจำกัดของระบบการเงินแบบเดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความท้าทายสู่การเติบโตในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสเตเบิลคอยน์ยังต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะความแตกต่างของกฎระเบียบในแต่ละประเทศ (Regulatory Fragmentation) ความสัมพันธ์กับระบบธนาคารดั้งเดิม และความซับซ้อนของระบบนิเวศที่มีหลายเชนและหลายมาตรฐาน ปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นโจทย์สำคัญต่อการขยายตัวในระดับสากล

Bitazza Thailand กับบทบาทผู้เชื่อมต่อตลาดไทยสู่ระดับโลก
Bitazza Thailand มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเข้าถึงสเตเบิลคอยน์สำหรับคนไทย ซึ่งถือโอกาสในงานครั้งนี้เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 7 ปีของการเปิดให้บริการซื้อขาย USDT คู่กับเงินบาท

การจัดงานร่วมกันกับ Anchorage Digital และ Tether ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการระดับโลกและแพลตฟอร์มในประเทศ เพื่อร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานจริง ทั้งในด้านการดูแลสินทรัพย์ (Custody) สภาพคล่อง และการเข้าถึงตลาด

ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ระยะของการคัดกรองผู้เล่น (Market Consolidation) Bitazza Thailand ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินทรัพย์ลูกค้า การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานจริง

บทสรุป
สเตเบิลคอยน์กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือในโลกคริปโตไปสู่โครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินอย่างชัดเจน และในขณะที่อนาคตยังเต็มไปด้วยความท้าทาย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ออกเหรียญ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ใช้งาน



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ