Philip Lane หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปรับขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกดดันเงินเฟ้อยูโรโซนและทำให้เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว ขณะที่ ECB ยังต้องชั่งน้ำหนักระหว่างแรงกดดันด้านราคาและความเสี่ยงต่อการเติบโต
Lane เตือนพลังงานแพงเสี่ยงดันเงินเฟ้อยูโรโซน
Philip Lane ระบุในการสุนทรพจน์เมื่อวันพุธว่า การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจยุโรปที่เปราะบาง โดยเฉพาะในช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และตลาดยังจับตาแนวโน้ม นโยบายการเงินของ ECB อย่างใกล้ชิด
Lane อธิบายว่า ช็อคพลังงานลักษณะนี้มีผลในวงกว้าง เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นอาจส่งผ่านไปยังระดับราคาสินค้าในระบบเศรษฐกิจ และอาจทำให้เงินเฟ้อในยูโรโซนกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง แม้ผลกระทบในรอบนี้อาจไม่รุนแรงเท่าวิกฤตพลังงานในปี 2022 หลังการรุกรานของรัสเซีย
เหตุผลที่ผลกระทบอาจต่างจากปี 2022
Lane ชี้ว่ามีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์มองว่าผลกระทบต่อเงินเฟ้อครั้งนี้อาจจำกัดกว่าเดิม เช่น ราคาก๊าซธรรมชาติที่อาจเพิ่มขึ้นไม่มากเท่ารอบก่อน ตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง และเศรษฐกิจที่เย็นลง ซึ่งล้วนช่วยลดแรงส่งของต้นทุนพลังงานต่อเงินเฟ้อโดยรวม
Lane ระบุว่าตัวชี้วัดล่าสุดสะท้อนว่าผลกระทบทันทีต่อเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างจำกัด ขณะเดียวกัน การเจรจาค่าแรงยังไม่สะท้อนการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานอย่างชัดเจน แต่ก็มีความเสี่ยงที่แรงกดดันด้านต้นทุนจะส่งต่อไปยังความต้องการค่าแรงที่สูงขึ้นในระยะต่อไป
เขากล่าวด้วยว่า “การกำหนดนโยบายการเงินที่เหมาะสมภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นการตัดสินใจเชิงคุณค่า” — Philip Lane, หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ECB
ECB คงอัตราดอกเบี้ยหลักที่ 2% เมื่อเดือนเมษายน และจะพิจารณานโยบายอีกครั้งในเดือนมิถุนายน ขณะที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในปีนี้ ทำให้ถ้อยแถลงของ Lane มีน้ำหนักต่อความคาดหวังของตลาดพอสมควร