| ||||||
.
***อาจส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ต่อไปยัง Crack spread น้ำมันเบนซิน/เคโรซีน
ถังเก็บน้ำมันที่มีอยู่จำกัดอาจทำให้โรงกลั่นในสหรัฐฯ โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก (US Gulf Coast) ลดอัตราการใช้กำลังการผลิตเพื่อรักษาระดับค่าการกลั่น (GRM) สถานการณ์ดังกล่าวนอกจากจะทำให้ผลิตน้ำมันดีเซลลดลงแล้ว ยังส่งผลให้การผลิตน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินลดลงตามไปด้วย
ปัจจุบัน ปริมาณน้ำมันเบนซินส่วนเกินในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 500,000 บาร์เรลต่อวันใน 1H26 ซึ่งต่ำกว่าปริมาณน้ำมันดีเซลส่วนเกินอยู่แล้ว ทำให้การลดกำลังการกลั่นอาจส่งผลให้ส่วนต่างหดแคบลงเหลือไม่ถึง 100,000 บาร์เรลต่อวัน หรือแม้กระทั่งเข้าสู่ภาวะขาดแคลนหากเกิดเหตุโรงกลั่นหยุดเดินเครื่องนอกแผน ดังนั้น Crack Spread ของน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินจึงอาจได้รับแรงหนุน แม้สหรัฐฯ จะจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลเพียงบางส่วนก็ตาม
***ปัจจัยสำคัญที่จะหนุน Crack spread ของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในเอเชีย
โรงกลั่นในสหรัฐฯ เดินเครื่องใกล้เต็มกำลังการผลิตแล้ว โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 97% ขณะที่การเลื่อนกำหนดซ่อมบำรุงโรงกลั่นออกไปอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่องนอกแผน ซึ่งจะกลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุน Crack Spread ของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในเอเชีย
ดังนั้น จึงคงน้ำหนักการลงทุน Neutral ในกลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย โดยมองว่า กลุ่มโรงกลั่นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ากลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งน่าจะประสบปัญหาอุปทานล้นตลาดต่อไปอีกหลายปี ทั้งนี้ Upside Risk อาจเกิดจากปัญหาการหยุดชะงักของกำลังการกลั่นที่สูงกว่าคาด ส่วน Downside Risk จะมาจากค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น
.













