ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 2026 สหรัฐฯ นำเข้ายางรถยนต์จากไทยลด 14% ยุโรปกลายเป็นตลาดทดแทนหลัก

รูป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 2026 สหรัฐฯ นำเข้ายางรถยนต์จากไทยลด 14% ยุโรปกลายเป็นตลาดทดแทนหลัก

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 69 14:18 น.

• การนำเข้ายางรถยนต์ไทยจากสหรัฐฯ คาดหดตัว 14% (YoY) จากผลของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ในอัตราสูง และการลงทุนเพิ่มในประเทศคู่แข่งที่ดำเนินต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง อย่างไรก็ดี ไทยยังสามารถส่งออกไปยุโรปทดแทนได้มากขึ้นจากปัจจัยบวกต่างๆ

• ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไปยังมีอีกหลายเรื่อง ได้แก่ ผลการพิจารณามาตรา 301 ของสหรัฐฯ ความเสี่ยงที่กัมพูชาอาจโดนมาตรการ AD/CVD การทบทวนภาษีประจำปีจะทำให้ภาษี AD ไทยลดลงหรือไม่ และความคืบหน้า FTA ไทย-อียู

Q1/2026 สหรัฐฯ นำเข้ายางรถไทยลด 17% ฉุดส่วนแบ่งเหลือ 23%

แม้ตลอดปี 2025 การนำเข้ายางรถยนต์ไทยจากสหรัฐฯ ยังโต 4% (YoY) แต่ช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 กลับพบหดตัวสูงถึง 17% (YoY) ส่งผลให้ส่วนแบ่งไทยลดลงเหลือ 23% จาก 26% ในปี 2025 สวนทางกับคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ลดลง แม้จะยังเป็นแหล่งนำเข้ายางรถยนต์อันดับ 1 ของสหรัฐฯ ก็ตาม 

โดยยางรถยนต์ไทยเผชิญแรงกดดันสำคัญ 2 ด้านในการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้แก่ (1) อัตราภาษีนำเข้าที่ยังสูงกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ และ (2) การเพิ่มการลงทุนผลิตยางรถยนต์ในประเทศคู่แข่งเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ

ภาษีนำเข้าที่สูงกว่าคู่แข่งกดดันยางรถไทยส่งออกไปสหรัฐฯ

ปัจจุบันการส่งออกยางรถยนต์ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าหลายทางจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะจากมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping : AD) ที่คู่แข่งส่วนใหญ่ไม่โดน ทำให้ราคายางรถยนต์ไทยแข่งขันได้ยากขึ้น ซึ่งกลุ่มยางรถยนต์ขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะปัจจุบันยังโดนเก็บภาษี AD ในอัตราเฉลี่ยที่สูงถึง 30.36% ทำให้ระดับราคาสูงต่างจากคู่แข่งส่วนใหญ่มาก ส่วนยางรถยนต์ขนาดเล็กได้รับผลกระทบน้อยกว่า เพราะถูกเก็บภาษี AD ในอัตราเฉลี่ยที่ต่ำเพียง 1.49% ทำให้ระดับราคาสูงกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่เล็กน้อย 

การลงทุนในประเทศคู่แข่งเพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาก

ตั้งแต่ปี 2021 มาตรการ AD ของสหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนส่งออกยางรถยนต์ไทยไปสหรัฐฯ สูงขึ้น และทำให้การลงทุนใหม่ที่มาไทยชะลอลง ตรงข้าม ผู้ผลิตยางรถยนต์หลายรายหันไปลงทุนในประเทศคู่แข่งเพื่อใช้เป็นฐานส่งออกไปสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวย่อมกดดันความสามารถในการแข่งขันและโอกาสการส่งออกของไทยในระยะยาวอย่างไม่อาจเลี่ยง

โดยการลงทุนที่เพิ่มขึ้นมากเพื่อใช้ประเทศเหล่านี้เป็นฐานส่งออกยางรถยนต์ไปสหรัฐฯ หลังไทยโดนมาตรการ AD ทำให้สัดส่วนการนำเข้ายางรถยนต์ไทยลดต่อเนื่อง ขณะที่การนำเข้าจากประเทศคู่แข่งของสหรัฐฯ ต่างทยอยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกัมพูชาที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากที่ไม่เคยส่งออกไปสหรัฐฯ มาก่อน

2026 คาดสหรัฐฯ ลดนำเข้ายางรถไทย 14% ยุโรปขึ้นเป็นตลาดทดแทน

จากปัจจัยเสี่ยงที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคู่แข่ง และการลงทุนเพิ่มในประเทศคู่แข่ง ส่งผลให้คาดว่า สหรัฐฯ จะนำเข้ายางรถยนต์ไทยปี 2026 ลดลง 14% (YoY) เหลือปริมาณนำเข้าประมาณ 52 ล้านเส้น

อย่างไรก็ดี ไทยเริ่มส่งออกยางรถยนต์ไปยังตลาดอื่น เช่น ยุโรป เพื่อทดแทนสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 1/2026 พบส่วนแบ่งการส่งออกยางรถยนต์ขนาดเล็กไปยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 7% เป็น 17% ส่วนยางรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ส่งออกไปยุโรปเองก็มีส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าตลาดส่งออกอื่นเช่นกัน 

ในอนาคต ยุโรปเป็นตลาดที่ยางรถยนต์ไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จากปัจจัยบวก ได้แก่

• ยุโรปประกาศบังคับใช้มาตรการ AD กับยางรถยนต์ขนาดเล็กจากจีน (แหล่งนำเข้าอันดับ 1 ของยุโรป) ในอัตราสูงถึง 30% - 52% ตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2026 พร้อมขยายเวลามาตรการ AD และ CVD กับยางรถยนต์ขนาดใหญ่ไปจนถึงต้นปี 2030 โดยเพิ่มอัตราจัดเก็บเป็น 21.12 - 78.90 ยูโรต่อเส้น ทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกเพิ่มไปทดแทนจีน

• กฎระเบียบ EUDR (EU Deforestation Regulation) ที่บังคับให้พิสูจน์ที่มาของยางธรรมชาติว่าไม่ทำลายป่า กลายเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกยางรถยนต์ไปยุโรป โดยกฎระเบียบนี้ จะเริ่มบังคับใช้กับธุรกิจขนาดใหญ่-กลางตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2026 และขยายผลสู่ธุรกิจขนาดเล็กตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2027

• ความต้องการยางรถยนต์คุณสมบัติพิเศษในยุโรปเติบโตสูง ทั้งยางรถยนต์ EV และยางรถยนต์แบบ All-Season ที่ใช้ได้ทุกฤดู ซึ่งปัจจุบันโรงงานในไทยมีศักยภาพผลิตยางคุณภาพสูงเหล่านี้เพื่อตอบโจทย์ตลาดได้ทันที

ประเด็นอื่นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะอาจส่งผลต่อการส่งออกไทย

• มาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะรู้ผลพิจารณากลางปีนี้ ทั้งไทยและเวียดนามที่เป็นคู่แข่งสำคัญต่างถูกเพ่งเล็ง ซึ่งถ้าไทยโดนภาษี ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นและกระทบการส่งออกทันที แต่หากไทยรอดและเวียดนามโดน จะเป็นโอกาสให้สหรัฐฯ นำเข้ายางรถยนต์ไทยเพิ่มขึ้น

• การทบทวนข้อตกลง USMCA กรกฎาคมนี้ หากกฎแหล่งกำเนิดสินค้ามีความเข้มงวดมากขึ้น จะกระทบการส่งออกยางรถยนต์จากเม็กซิโกและแคนาดา เนื่องจากยังต้องนำเข้าวัตถุดิบ (เช่น ยางธรรมชาติ) จากนอกภูมิภาคในปริมาณสูง ซึ่งหากราคาต่อหน่วยของทั้ง 2 ประเทศนี้เพิ่มขึ้น อาจกลายเป็นโอกาสให้สหรัฐฯ หันมานำเข้าจากไทยเพิ่ม

• กัมพูชาเสี่ยงถูกสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการ AD/CVD ตามรอยไทยและเวียดนาม หลังทุนจีนแห่ย้ายฐานการผลิตยางรถยนต์เข้ากัมพูชา ซึ่งหากโดนมาตรการ กัมพูชาจะสูญเสียจุดแข็งด้านความสามารถในการแข่งขันด้านราคา

• ไทยมีโอกาสได้รับการลดภาษี AD จากสหรัฐฯ เพิ่มเติมในการทบทวนประจำปี สะท้อนจากยางรถยนต์ขนาดเล็กที่เคยถูกเก็บเฉลี่ยถึง 17.84% แต่ปัจจุบันลดเหลือเฉลี่ยเพียง 1.49%

• FTA ไทย-อียู หากสำเร็จเร็ว อาจยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสส่งออกยางรถยนต์ไทยไปยุโรป ซึ่งปัจจุบันไทยยังต้องเสียภาษี MFN 4.5% ขณะที่เวียดนามไม่ต้องเสียเนื่องจากมี FTA


หทัยวัลคุ์ ตุงคะธีรกุล
เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส
hathaiwal.t@kasikornresearch.com


แท็กที่เกี่ยวข้อง