| โบรกฯ เผยอิสราเอลกับเลบานอนหยุดยิง ส่งผลดีต่อตลาดหุ้น พร้อมแนะนำเกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น Trading อย่าง PTT PTTEP ส่วนระยะกลางแนะหาจังหวะทยอยสะสมโรงแรม ทั้ง MINT AWC CENTEL ด้านค้าปลีก อย่าง CPALL และ Non Bank ทั้ง MTC SAWAD ประเมินดัชนีวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,475-1,545 จุด บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ทรัมป์ออกมาระบุใน TruthSocial ทางอิสราเอลกับเลบานอน ตกลงจะหยุดยิงกันเป็นระยะเวลา 10 วัน แต่อย่างไรก็ตามกับฝั่งสหรัฐฯและอิหร่านยังไม่ชัดเจน เพราะมีรายงานว่าสหรัฐฯต้องการเวลาถึง 6 เดือนในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน น้ำมันดิบจึงเริ่มฟื้นกลับขึ้นมาพร้อมกับ US Bond Yield กลับมาฟื้นตัวเช่นกัน ระยะสั้นปัจจัยเช่นนี้สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยวานนี้ SET ติดลบ 1.1% แรงกดดันจาก DELTA ที่มีผลต่อดัชนีมากถึง 18 จุด หากไม่รวม DELTA อาจบวกได้เล็กน้อยพร้อมกับกลุ่มพลังงานที่กดดัน (PTTEP) แต่สถิติก็บ่งชี้ว่า จากการติด CB ของ DELTA กดดันหุ้นระยะสั้น และ วันนี้มีโอกาสที่กลุ่มน้ำมันจะถูกกลับมาเก็งกำไรจากสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ HORMUZ จะเปิดได้เมื่อใด หากยังถูกปิดอยู่ระยะกลางไทยจะเผชิญความเสี่ยงขาดแคลนสินค้า (TISCO ดีกว่าคาด 5%) ซึ่งวันนี้คาด SET ในกรอบ 1,475 – 1,500 กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น Trading (PTT PTTEP) ระยะกลางยังแนะหาจังหวะทยอยสะสม AntiOil อย่างโรงแรม (MINT AWC CENTEL) ค้าปลีก (CPALL) Non Bank (MTC SAWAD) บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงรอการเจรจารอบสองที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ สินทรัพย์ทางการเงินส่วนใหญ่ค่อยๆดีขึ้น แม้สหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวด โดยมองว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังตอบรับในทางบวกต่อสงครามที่มีแนวโน้มยุติลง ทั้งนี้ S&P เตือนว่า หากสงครามยืดเยื้อกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซียจะเผชิญความเสี่ยงสูงสุด สำหรับนักลงทุนน่าจะรอดูผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยยังมองผลออกมาในทางบวกอยู่ (ไม่กลับไปร้ายแรง) ทิศทางตลาดยังเป็นไปตามที่ประเมินเป้าหมายแรกรอบนี้อยู่ในโซน 1,523-1,545 จุด กลยุทธ์หลักยังผสมหุ้นแข็งแกร่ง และ หุ้นที่ราคาลงมาลึก แบบ 50/50 โดยหุ้นแข็งแรง แนะนำหุ้นธนาคาร , GULF, ADVANC , TRUE , CPALL , AOT , CPN ส่วนหุ้นที่ราคาลงมาลึกให้คัดจาก list นี้ BA , BGRIM , AAV , ERW , OR , OSP บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาด SET Index จะแกว่ง Sideways to Sideways Down ในกรอบ 1,480-1,500 จุด โดยแม้อิสราเอล-เลบานอนจะตกลงหยุดยิงชั่วคราว 10 วัน แต่ตลาดไม่ได้ให้น้าหนักมากนัก และ ยังจับตาดูพัฒนาการเจรจาสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านต่อเนื่องในสัปดาห์หน้าว่า จะขยายระยะเวลาหยุดยิงและเจรจารอบ 2 ได้หรือไม่ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุดเข้าใกล้ระดับจิตวิทยาที่ US$100 ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ส่งผลให้ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ชะลอตัวลงเล็กน้อย นอกจากนี้ ประเมินว่า จะยังมีแรงกดดันจาก DELTA ที่คาดยังเห็นแรงขายต่อเนื่องหลังติด Cash Balance และ เสี่ยงหลุด SET50/100 หากถูกขยายเวลากากับการซื้อขายในเดือนพ.ค. ด้านปัจจัยในประเทศโฟกัสอยู่ที่นโยบายพยุง และ กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงภาวะราคาพลังงานแพง โดยคลังฯ เตรียมขยับเพดานหนี้สู่ระดับ 70% จากปัจจุบันที่ 66% นอกจากนี้กลุ่มธนาคารจะทยอยประกาศกำไรไตรมาส 1/69 ครบทุกธนาคารในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจเป็น Indicator สำหรับกลุ่ม Real Sector ที่จะทยอยประกาศตามมาในระยะถัดไป กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อ และ ต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้นไหนที่มักขึ้นสวนตลาด หากเทียบปี 2022 เวลาสงครามผ่อนคลาย ตลาดหุ้นสหรัฐ S&P500 และ NASDAQ วิ่งตาม SENTIMENT สงครามผ่อนคลาย จนขึ้นทำ ATH แต่ความแรงอาจลดระดับลง หลังสัญญาณ RSI ทั้ง 2 ดัชนี เข้าเขต OVERBOUGHT กดดันตลาดหุ้นโลกทรงๆ ตัว และ ย่อลงได้ ขณะที่วานนี้ต่างชาติสลับมาขายสุทธิหุ้นไทย 3.2 พันล้านบาท กดดัน SET ลงแรงสุดในเอเชีย แนะเก็งกำไร โดยหุ้นที่มักขึ้นเวลาสงครามผ่อนคลายเทียบกับปี 2022 อย่าง PR9 18%, DELTA 10%, TFG 10%, BGRIM 8%, BDMS 4%, EGCO 3%, BBL 2%, SCC 2%, CBG 2%, BH 2%, BCH 1%, AOT 1% มักขึ้นเด่นสวนตลาด หลังสงครามผ่อนคลาย 1.5 เดือน ในปี 2022 ขณะที่ SET -5.7% |