| นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอ ธปท. เร่งวางเกณฑ์กำกับ Virtual Bank ก่อนเปิดบริการปี 69 ชู 2 มาตรการสำคัญ กำหนดสัดส่วนสินเชื่อสร้างอาชีพ 10-20% ป้องกันปล่อยกู้เพื่อบริโภคมากเกินจนหนี้เสียพุ่ง พร้อมปรับระบบ e-KYC แบบยืดหยุ่นควบคู่การประเมินความเสี่ยง สกัดบัญชีม้า เปิดทางประชาชนและแรงงานข้ามชาติเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น ศ. ดร.อาณัติ ลีมัคเดช หัวหน้าภาควิชาการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเร่งกำหนดมาตรการ 2 ส่วน สำหรับกำกับควบคุมธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2569 นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเป็นภาระหนี้เสียของประเทศในอนาคต ได้แก่ 1. การกำหนดให้ผู้ให้บริการ Virtual Bank จะต้องกำหนดการให้สินเชื่อกับกลุ่มที่ใช้เพื่อสร้างอาชีพ เช่น ภาคการเกษตร และภาคการผลิต ฯลฯ ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 10 - 20% ของจำนวนการปล่อยสินเชื่อทั้งหมด อันเป็นแนวคิดเดียวกับกำกับธนาคารพาณิชย์เพื่อป้องกันการปล่อยสินเชื่อที่กระจุก หรือเอื้อให้เกิดการก่อหนี้เกินความจำเป็นด้วยรูปแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) ทั้งนี้ เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภคจะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะจากกลุ่มทุนพันธมิตรที่รวมกันเพื่อเปิด Virtual Bank และได้รับใบอนุญาตในการประกอบการธุรกิจ Virtual Bank จาก ธปท. เรียบร้อยแล้ว มีกลุ่มธุรกิจแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) อยู่ด้วย ซึ่งจะได้ประโยชน์อย่างมากจากการปล่อยสินเชื่อของ Virtual Bank ฉะนั้น ธปท. จึงควรมีการกำหนดสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเพื่อสร้างอาชีพด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อเพื่อบริโภคมากเกินจนเพิ่มความเสี่ยงในการก่อหนี้เสีย “ประโยชน์ของ Virtual Bank จะแทบไม่มีประโยชน์เลย ถ้าการระดมเงินเข้ามาในระบบถูกนำไปใช้เพื่อการบริโภคอย่าเดียว และทุกคนก็รู้ดีว่าปลายทางจะจบลงอย่างไร และถ้าฝ่ายที่ทำหน้าที่กำกับควบคุม (ธปท.) ไม่ออกมาบังคับในเรื่องสัดส่วนการปล่อยกู้เพื่อสร้างอาชีพ ทางผู้ให้บริการ Virtual Bank ก็จะไม่พยายามทำด้วยตัวเอง แต่ถ้าบังคับจะเป็นการแข่งขันที่เป็นธรรม อยู่บนกติกาเดียวกัน และความรอบคอบด้วย” ศ. ดร.อาณัติ กล่าว 2. การกำหนดให้ใช้ระบบยืนยันและพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ที่มีความยืดหยุ่น ร่วมกับเกณฑ์การประเมินตามความเสี่ยงในการเกิดเปิดบัญชี เพื่อเปิดให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นคนทั่วไปแต่ทำอาชีพอิสระ และแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Virtual Bank ที่ต้องการใช้เพื่อการรับเงินเดือน หรือจับจ่ายใช้สอยในการบริโภคเท่านั้น เข้าสู่ระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันการเปิดบัญชีเพื่อกระทำผิดกฎหมายได้ เช่น การเปิดเป็นบัญชีม้า อย่างไรก็ตาม ธปท. ต้องระวังไม่ให้การกำกับควบคุมมีความเข้มงวด จนสร้างต้นทุนให้กับผู้ให้บริการ virtual Bank มากเกินไปจนล้มเลิกไป เพราะการเกิดขึ้นของ Virtual Bank มีข้อดีในการช่วยเปิดโอกาสให้คนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน หรือเข้าถึงได้ไม่เต็มศักยภาพในระบบธนาคารพาณิชย์แบบเดิม เช่น คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเข้าถึงธนาคารพาณิชย์แบบเดิมได้ยาก โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีใบอนุญาตการทำงานถูกต้อง และสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ราว 5 ล้านคน หรือแม้แต่แรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้รับใบอนุญาตการทำงานอย่างถูกต้องที่เชื่อว่าน่าจะมีประมาณ 5 ล้านคนเช่นกัน โดยการดึงคนไทยกลุ่มต่างๆ ที่เข้าไม่ถึงระบบธนาคารแบบเดิม รวมถึงแรงงานข้ามชาติจำนวนมากเข้าสู่ระบบธนาคารผ่าน Virtual Bank ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะทำให้เกิดการระดมเงินฝากเข้าสู่ระบบธนาคาร และนำไปสู่การมีเงินในระบบสำหรับปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มรายย่อยเหล่านี้ได้ โดยที่เกณฑ์การขอไม่ได้เข้มงวดมากนัก สามารถทำได้สะดวกผ่านระบบออนไลน์ และมีดอกเบี้ยต่ำกว่าการไปกู้นอกระบบ การกู้จากธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (Pico Finance) ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ (Nano Finance) หรือธุรกิจสินเชื่อสำหรับคนมีรถยนต์ นอกจากนี้ Virtual Bank ยังสามารถปล่อยสินเชื่อให้กับทุกคนได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเงินผ่านระบบธนาคารได้เมื่อยามจำเป็น และลดการไปกู้เงินนอกระบบ แตกต่างจากธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด หรือธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ ที่มีการปล่อยสินเชื่อแบบกระจุกตัวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโรงงาน ซึ่งทำให้เกิดหนี้เสียค่อนข้างมาก อีกทั้งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้เท่าที่ควรด้วย “แต่ก็แน่นอนการปล่อยเงินกู้ของ Virtual Bank ที่เข้าถึงง่ายขึ้น จากการระดมเงินฝากมาใช้ และไม่ต้องใช้เงินทุนตัวเองเหมือนธุรกิจสินเชื่อแบบเดิม และยิ่งมีการแข่งขันกันเองระหว่าง Virtual Bank ทำให้มีเงื่อนไขที่จะเอื้อให้คนกู้มากขึ้น ก็เสี่ยงที่จะทำให้เกิดหนี้เสียมากขึ้น และอาจจะกลายเป็นระเบิดเวลาต่อระบบเศรษฐกิจหากผู้กู้ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ อีกด้านหนึ่งจึงเป็นความท้าทายของผู้ให้บริการ Virtual Bank เองด้วยที่จะต้องบริหารการระดมเงินฝากรายย่อยให้ครบ การปล่อยกู้รายย่อยโดยที่ไม่ไปสร้างหนี้เสียให้กับครัวเรือนมากเกินไป” ศ. ดร.อาณัติ กล่าว นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ธปท. ก็ควรสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับครัวเรือนด้วย โดยต้องประกาศชัดว่าจะไม่มีนโยบายในการช่วยซื้อหนี้ หรือเครื่องมืออ นำเงินที่ได้จากการระดมทุนรายย่อยจาก Virtual Bank มาปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทในเครือตัวเอง เพราะแม้จะเป็นเรื่องต้องห้ามตามกฎหมาย แต่อีกด้านหนึ่งคำว่าบริษัทในเครือก็ค่อนข้างมีความคลุมเครือ และอาจเป็นช่องให้มีการกระทำดังกล่าวได้ อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news
|