| นักลงทุนตลาดตราสารหนี้จากบริษัทต่าง ๆ รวมถึง ABN AMRO Investment Solutions และ Brandywine Global Investment Management แสดงความกังขา หลังมีกระแสคาดการณ์ว่า เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังขึ้นเวทีประชุมแจ็กสัน โฮล (Jackson Hole) โดยนักลงทุนบางส่วนยังเตรียมพร้อมรับกรณีที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปในการประชุมเดือนก.ย. วอร์ชขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) โดยยังคงย้ำเป้าหมายที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง ด้านเทรดเดอร์ในตลาดสวอปให้น้ำหนักที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. มากกว่า 50% แต่ยังขึ้นอยู่กับตัวเลขในตลาดแรงงานหลายรายการซึ่งจะประกาศในสัปดาห์นี้ รวมถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค.ในวันศุกร์นี้ (4 ก.ย.) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันที่ 11 ก.ย. ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของเฟดช่วงกลางเดือนก.ย. ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปีของสหรัฐฯ ซึ่งอ่อนไหวต่อทิศทางนโยบายการเงิน พุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 2 เดือนหลังการแถลง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนยังไม่เชื่อว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ประธานเฟดจะเคยแสดงความเห็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และแม้วอร์ชเองจะย้ำมาโดยตลอดเรื่องการคุมเงินเฟ้อก็ตาม ทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้เตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่วอร์ชจะตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกครั้ง เช่นเดียวกับในการประชุมเดือนมิ.ย.และก.ค. หากเป็นไปตามนั้นจะยิ่งเพิ่มความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของเฟด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี โดย TD Securities เผยว่า กรณีฐาน (Base case scenario) ที่บริษัทประเมินไว้คือ เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไป นักวิเคราะห์มองน้ำหนัก “วอร์ช” ขึ้นดอกเบี้ยยังไม่มากพอ คริสตอฟ บูเชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน ABN AMRO มองว่า ความเห็นของวอร์ชยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เขาเชื่อว่า เฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย และตัวเขาเองเลี่ยงการลงทุนในพันธบัตรระยะยาว ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากความกังวลว่า เฟดยังรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้ไม่ดีพอ และเพิ่มเติมว่า “ตลาดยังจับทางไม่ได้ว่า เฟดจะตอบสนองอย่างไร หากครั้งนี้วอร์ชไม่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปจนถึงตอนนั้น ความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของเฟดอาจกลับมาอีกครั้ง” นับตั้งแต่วอร์ชรับตำแหน่งประธานเฟดเมื่อเดือนพ.ค. นักลงทุนพยายามทำความคุ้นชินกับสไตล์การสื่อสารของวอร์ช ซึ่งเลี่ยงการให้คำแนะนำล่วงหน้าเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ย เมื่อเทียบกับประธานเฟดคนก่อน ๆ โดย ING ระบุว่า แม้วอร์ชจะพยายามหลีกเลี่ยงการให้คำแนะนำล่วงหน้า แต่คำพูดของเขากลับมีลักษณะไปในทางนั้น “คำพูดก็คือคำพูด” ตลาดยังรอดู เฟดทำจริงแค่ไหน เทรซี เฉิน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Brandywine ให้ความเห็นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วอร์ชพูดในสิ่งที่ตลาดตราสารหนี้อยากได้ยิน “แต่คำพูดก็คือคำพูด การกระทำย่อมสำคัญกว่า” เฉินยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวต่ำกว่าปกติ หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยในเดือนนี้ว่า จะเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรเก่า รุ่นอายุ 10-30 ปี ขึ้นอีกเท่าตัว ตลาดคิดแทนเฟด-เร่งแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย จอร์จ คาทรัมโบน หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของ DWS Americas กล่าวว่า “ความเสี่ยงคือ ตลาดยังคงทำหน้าที่แทนเฟด คือประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยสูงเกินไป ขณะที่เฟดไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยหากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาไม่ร้อนแรง ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า เงินเฟ้ออยู่เหนือเป้าหมาย 2% มานานแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเศรษฐกิจกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางใด” ในมุมมองของคาทรัมโบน ข้อมูลล่าสุด เช่น ยอดค้าปลีกและการจ้างงาน ยังไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่น่าสนใจพอสมควร ท่ามกลางคำถามเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และการที่วอร์ชไม่ส่งสัญญาณชี้นำล่วงหน้าเหมือนประธานเฟดในอดีต เทรดเดอร์ในตลาดสวอปจึงเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงสำหรับการลงทุนในเดือนหน้า โดยขณะนี้ตลาดสะท้อนโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยไว้ราว 60% ด้านนักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ระบุว่า “หากข้อมูลเงินเฟ้อไม่ได้สะท้อนว่า แรงกดดันด้านราคาผ่อนคลายลง การดำเนินนโยบายให้สอดคล้องกับที่เคยส่งสัญญาณไว้จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากตลาดคาดว่า ผลการประชุมเดือนก.ย. มีมติสูสีกัน และเฟดยังคงตรึงดอกเบี้ยต่อไปโดยไม่อธิบายเหตุผลที่ชัดเจน จะมีความเสี่ยงอย่างมากที่เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะซ้ำรอยการประชุมเดือนก.ค.” ที่มา Bloomberg อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |