ก.ล.ต. คุมเข้มตลาดทุน สกัดบัญชีม้า-ฟอกเงิน ออกเกณฑ์ใหม่ตรวจเส้นทางเงินลูกค้า

รูป ก.ล.ต. คุมเข้มตลาดทุน สกัดบัญชีม้า-ฟอกเงิน ออกเกณฑ์ใหม่ตรวจเส้นทางเงินลูกค้า

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ค. 69 14:05 น.

ก.ล.ต. ออกแนวปฏิบัติใหม่ ยกระดับการทำความรู้จักลูกค้า ติดตามธุรกรรมของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน เข้มตั้งแต่เปิดบัญชี ตรวจ UBO เช็กแหล่งเงิน พร้อมบังคับสร้าง audit trail ป้องกันบัญชีม้า ฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผล 16 ส.ค. 69

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการติดตามตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง สามารถป้องกันและยับยั้งไม่ให้ตลาดทุนถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ก.ล.ต. ได้ออกแนวปฏิบัติกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่กระบวนการเปิดบัญชี การระบุผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) โดยเฉพาะกรณีนิติบุคคล การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของแหล่งที่มาของเงิน

ตลอดจนการติดตามพฤติกรรมการทำธุรกรรม หากพบความผิดปกติให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.)

ยังกำหนดมาตรการควบคุมธุรกรรมเงินเข้า – ออกบัญชี ให้สามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน (audit trail) เช่น การรับ - โอนเงินผ่านบัญชีที่มีชื่อเดียวกับลูกค้า เพื่อป้องกันบัญชีม้าและการฟอกเงิน

แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ปปง. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และภาคธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง และเสริมความเข้มแข็งในการป้องกันการกระทำผิดในระบบตลาดทุนโดยรวม

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ตั้งแต่กระบวนการทำความรู้จักและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้า และการติดตามตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้มีความครอบคลุม รอบด้าน

อีกทั้ง การออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทยในระยะยาว

แนวปฏิบัตินี้จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดของแนวปฏิบัติเรื่อง การทำความรู้จักลูกค้าเพื่อการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและกระบวนการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า ได้ที่ Link นี้ https://publish.sec.or.th/nrs/11160s.pdf

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย