
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในพิธีที่ทำเนียบขาว ผู้พิพากษาศาลสูง Clarence Thomas กล่าวนำคำสาบานให้แก่ Kevin Warsh ซึ่งขณะนั้นเพิ่งกลายเป็นประธาน Federal Reserve คนที่ 17 อย่างเป็นทางการ ทว่าสิ่งที่ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งในรอบ 113 ปีของ Fed ไม่ใช่ประวัติการศึกษา ไม่ใช่ประสบการณ์วิกฤตการเงิน แต่คือ Portfolio ที่เขาเปิดเผยในเอกสารแจ้งทรัพย์สิน การลงทุนใน Crypto และ Digital Asset Projects มากกว่า 30 โปรเจกต์ มูลค่ารวมระหว่าง 131 ถึง 209 ล้านดอลลาร์ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประธาน Fed เปิดเผยการลงทุนใน Digital Assets โดยตรงเช่นนี้
Warsh ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ Fed เขาเคยดำรงตำแหน่งกรรมการ Fed Board Of Governors ตั้งแต่ปี 2549 ถึง 2554 ซึ่งครอบคลุมช่วงวิกฤตการเงินโลก ก่อนก้าวออกมาสู่โลกการลงทุนเอกชน และนั่นคือจุดที่เส้นทางของเขาเริ่มบรรจบกับโลก Digital Assets Holdings ที่เปิดเผยของเขาประกอบด้วย Equity Stake ใน Flashnet สตาร์ตอัพระบบชำระเงิน Bitcoin, สัดส่วนใน Bitwise บริษัทบริหาร Crypto Index Fund, และตำแหน่งใน Basis โปรเจกต์ Stablecoin นอกจากนี้ผ่านโครงสร้าง Venture Fund เขายังถือ Equity Positions ใน Blockchain และ Digital Asset Companies มากกว่า 12 แห่ง ครอบคลุม Defi Lending, Decentralized Derivatives, Layer 1 และ Layer 2 Networks, Prediction Markets และ Bitcoin Payments Infrastructure
การโหวตยืนยันตำแหน่งด้วยคะแนน 54–45 ในวุฒิสภา ถือเป็นการโหวตที่สูสีที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของ Fed เปรียบเทียบกับ Powell ที่ได้รับการยืนยันวาระสองด้วยคะแนน 80–19 ในปี 2565 ความต่างนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ Portfolio Crypto ของ Warsh ก่อให้เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาของ Senate Banking Committee ฝ่าย Democrats ตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและ Conflict Of Interest อย่างหนักหน่วง สำหรับผู้ที่กำลังจะกำกับดูแลสถาบันที่มีอิทธิพลต่อ Regulatory Fate ของ Crypto มากที่สุดในโลก และ Warsh ให้คำมั่นว่าจะขายสินทรัพย์ Crypto ของตนภายใน 90 วันหลังรับตำแหน่ง
จากการตรวจสอบรายงานเปิดเผยทรัพย์สิน Oge Form 278e ความหนากว่า 69 หน้าโดย Coindesk ได้เผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับพอร์ตการลงทุนของ Kevin Warsh ซึ่งมีการกระจายความเสี่ยงไปในหลากหลายกลุ่มสินทรัพย์ในโลกคริปโต ตั้งแต่เหรียญ Layer 1 ไปจนถึงสตาร์ทอัพสาย Web3 และ Ai
โดยสามารถแบ่งกลุ่มสินทรัพย์หลักๆ ออกได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้ครับ:
Warsh มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลักของบล็อกเชนอย่างหลากหลาย ทั้งในกลุ่ม Layer 1 และ Layer 2 (L2) ดังนี้:
ในฝั่ง Decentralized Finance และ Trading Protocols เขามีการกระจายเม็ดเงินไปในโปรโตคอลสำคัญ ได้แก่:
สำหรับการลงทุนใน Bitcoin นั้น Warsh ไม่ได้ถือเพียงแค่เหรียญทางตรง แต่ยังเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานในการชำระเงินด้วย:
Warsh ยังมีส่วนร่วมในฐานะผู้ลงทุนในบริษัทและแพลตฟอร์มคริปโตแถวหน้า:
นอกจากสินทรัพย์ข้างต้นแล้ว รายงานยังระบุว่าเขามีสัดส่วนการลงทุนผ่านกองทุน AVF Fund Series ในอีก 3 โปรเจกต์สำคัญ ได้แก่ Onjuno
, Ridian
และชุมชนยอดนิยมอย่าง Friends With Benefits (FWB)
สิ่งที่อุตสาหกรรม Crypto ให้ความสนใจมากกว่า Portfolio ส่วนตัว คือจุดยืนด้านนโยบายที่ชัดเจนของ Warsh เขาเคยออกมาคัดค้าน Central Bank Digital Currency (CBDC) อย่างเปิดเผย และสนับสนุนให้ภาคเอกชนเป็นผู้ออก Stablecoin แทน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบที่กำลังถูกถกเถียงใน CLARITY Act ที่รัฐสภาสหรัฐฯ คาดว่าจะโหวตในเร็ว ๆ นี้ ในงานของสถาบัน Hoover Institution เมื่อปีที่ผ่านมา Warsh บอกว่า Bitcoin คือ “สินทรัพย์สำคัญ” และยังเป็น “ตัวส่งสัญญาณที่ดีมากสำหรับการบริหารนโยบาย” โดยมองราคา Bitcoin เป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นต่อการจัดการเงินเฟ้อของ Fed มากกว่าที่จะเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นใหญ่ของดอลลาร์ และยังเรียก Bitcoin ว่าเป็น “ทองคำรูปแบบใหม่สำหรับคนอายุต่ำกว่า 40 ปี”
แม้ Warsh จะถูกมองว่าเป็น Crypto-Friendly Fed Chair แต่ความท้าทายเร่งด่วนที่สุดของเขาไม่ใช่เรื่อง Digital Assets เพราะ Warsh รับช่วงต่อจาก Jerome Powell ในขณะที่ธนาคารกลางเผชิญเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.3% ต่อปี และตัวเลข CPI ล่าสุดของเดือนเมษายน 2569 พุ่งขึ้นมาที่ 3.8% สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ทำให้ตลาดประเมินความน่าจะเป็นที่ Fed จะไม่ลดดอกเบี้ยเลยในปีนี้สูงถึง 62% การประชุม FOMC ครั้งแรกของ Warsh ในฐานะประธานมีกำหนดวันที่ 16–17 มิถุนายน 2569 ซึ่งต้องคอยจับตากันต่อไปว่าตัวเลขเศรษฐกิจและทิศทางตลาดจะเป็นอย่างไร
บทความโดย : Bitkub.com
อ้างอิง: Bitkub Blog, Coindesk, Coinmarketcap
คำเตือน:
– คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
– ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต
– ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการจัดการใด ๆ ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เนื้อหาข้างต้นเป็นการวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลในอดีต อาจมีการคลาดเคลื่อนได้ นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

Digital Asset Reporter, efinanceThai