Today 15:53PROSPECT REIT เคาะปันผลรอบเดือน ก.ค. - ส.ค. ที่อัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย จ่ายเงินออก 12 ต.ค. นี้ เดินหน้าเปิดจองซื้อหน่วยเพิ่มทุนครั้งที่ 3 คาดผลตอบแทนปีแรก 7.6%Translatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.ย. 69 15:53 น. กรุงเทพฯ, 10 กันยายน 2569 – บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ “PROSPECT REIT” ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากกำไรสะสมสำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 และกำไรสะสมสำหรับรอบประมาณการผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 กันยายน 2569 พร้อมกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทน (Record Date) วันที่ 28 กันยายน 2569 และจะดำเนินการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า “ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน สำหรับผลการดำเนินงาน 2 เดือนล่าสุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์รายเดิมก่อนการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 ในอัตรา 0.1400 บาท โดยภายหลังจากปรับนโยบายการจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากรายไตรมาสเป็นรายเดือน ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของกองทรัสต์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งจากพอร์ตทรัพย์สินภายใต้การจัดการทั้ง 5 โครงการ การกระจายตัวของผู้เช่าหลากหลายอุตสาหกรรมชั้นนำ จึงสร้างรายได้หลักจากค่าเช่าได้อย่างมั่นคง แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความผันผวน แต่ภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของไทย ยังมีแรงขับเคลื่อนจากการขยายฐานการผลิตและการลงทุนของภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าบนทำเลยุทธศาสตร์ พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์พื้นที่ Free Zone สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนผ่านอัตราการเช่ารวม (Occupancy Rate) ของ PROSPECT REIT สูงกว่า 90% มาโดยตลอด” ด้านการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อเข้าลงทุนในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 (BFTZ 4) บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พื้นที่ให้เช่า 187,949 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนไม่เกิน 5,040 ล้านบาท ล่าสุด PROSPECT REIT ได้เปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อและประชาชนทั่วไป จองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนได้ตั้งแต่วันที่ 9-17 กันยายน 2569 ในราคาจองซื้อที่ 9.00 บาทต่อหน่วย โดยคาดการณ์ผลตอบแทนปีแรกประมาณ 7.6% (คำนวณ ณ ราคาเสนอขายสูงสุด 9.00 บาท/หน่วย และประมาณการจ่ายประโยชน์ตอบแทนปีแรกหลังเพิ่มทุน (DPU) 0.6890 บาท/หน่วย) ภายหลังการเข้าลงทุนคาดว่าจะช่วยผลักดันมูลค่าทรัพย์สินเติบโตสู่ 15,000 ล้านบาท รวมถึงเพิ่มอายุสิทธิการเช่าเฉลี่ย (Leasehold) ของกองทรัสต์เป็นประมาณ 28 ปี จากปัจจุบันประมาณ 15 ปี ช่วยเสริมเสถียรภาพในระยะยาว “การเข้าลงทุนใน BFTZ 4 ถือเป็นการขยายพอร์ตทรัพย์สินของกองทรัสต์สู่ทำเลยุทธศาสตร์ใน EEC โดยโครงการนี้มีพื้นที่ Free Zone กว่า 80% และมีอัตราการเช่าในส่วนที่สร้างแล้วเสร็จกว่า 96% ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตให้แก่กองทรัสต์ เราเชื่อว่าการลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการพอร์ตอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ PROSPECT REIT สามารถรักษาความสามารถในการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในระดับที่ดีและสม่ำเสมอตามคาด สร้างกระแสเงินสดให้แก่ผู้ถือหน่วยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน” นางสาวอรอนงค์ กล่าว closeSign inor register for free to use efinAI and the other benefits that make your investing more effectiveclosePlease upgrade your planto read past news and use every featureRelated Topicsข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.ย. 69 15:53 น. กรุงเทพฯ, 10 กันยายน 2569 – บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ “PROSPECT REIT” ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากกำไรสะสมสำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 และกำไรสะสมสำหรับรอบประมาณการผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 กันยายน 2569 พร้อมกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทน (Record Date) วันที่ 28 กันยายน 2569 และจะดำเนินการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า “ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน สำหรับผลการดำเนินงาน 2 เดือนล่าสุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์รายเดิมก่อนการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 ในอัตรา 0.1400 บาท โดยภายหลังจากปรับนโยบายการจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากรายไตรมาสเป็นรายเดือน ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของกองทรัสต์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งจากพอร์ตทรัพย์สินภายใต้การจัดการทั้ง 5 โครงการ การกระจายตัวของผู้เช่าหลากหลายอุตสาหกรรมชั้นนำ จึงสร้างรายได้หลักจากค่าเช่าได้อย่างมั่นคง แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความผันผวน แต่ภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของไทย ยังมีแรงขับเคลื่อนจากการขยายฐานการผลิตและการลงทุนของภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าบนทำเลยุทธศาสตร์ พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์พื้นที่ Free Zone สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนผ่านอัตราการเช่ารวม (Occupancy Rate) ของ PROSPECT REIT สูงกว่า 90% มาโดยตลอด” ด้านการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อเข้าลงทุนในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 (BFTZ 4) บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พื้นที่ให้เช่า 187,949 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนไม่เกิน 5,040 ล้านบาท ล่าสุด PROSPECT REIT ได้เปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อและประชาชนทั่วไป จองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนได้ตั้งแต่วันที่ 9-17 กันยายน 2569 ในราคาจองซื้อที่ 9.00 บาทต่อหน่วย โดยคาดการณ์ผลตอบแทนปีแรกประมาณ 7.6% (คำนวณ ณ ราคาเสนอขายสูงสุด 9.00 บาท/หน่วย และประมาณการจ่ายประโยชน์ตอบแทนปีแรกหลังเพิ่มทุน (DPU) 0.6890 บาท/หน่วย) ภายหลังการเข้าลงทุนคาดว่าจะช่วยผลักดันมูลค่าทรัพย์สินเติบโตสู่ 15,000 ล้านบาท รวมถึงเพิ่มอายุสิทธิการเช่าเฉลี่ย (Leasehold) ของกองทรัสต์เป็นประมาณ 28 ปี จากปัจจุบันประมาณ 15 ปี ช่วยเสริมเสถียรภาพในระยะยาว “การเข้าลงทุนใน BFTZ 4 ถือเป็นการขยายพอร์ตทรัพย์สินของกองทรัสต์สู่ทำเลยุทธศาสตร์ใน EEC โดยโครงการนี้มีพื้นที่ Free Zone กว่า 80% และมีอัตราการเช่าในส่วนที่สร้างแล้วเสร็จกว่า 96% ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตให้แก่กองทรัสต์ เราเชื่อว่าการลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการพอร์ตอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ PROSPECT REIT สามารถรักษาความสามารถในการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในระดับที่ดีและสม่ำเสมอตามคาด สร้างกระแสเงินสดให้แก่ผู้ถือหน่วยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน” นางสาวอรอนงค์ กล่าว