24 Sept 2026บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : AH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 18.0 บาทTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare กระจายความเสี่ยงมากที่สุดและพร้อมที่สุดสำหรับการเติบโตในกลุ่มยานยนต์ไทยคงแนะนำ ซื้อ AH หุ้นเด่น พร้อมปรับ TP ขึ้น 22% เป็น 18 บาทคงคำแนะนำ "ซื้อ" AH และปรับราคาเป้าหมาย (คำนวณด้วยวิธี DDM) ขึ้น 22% เป็น 18.0 บาท จากเดิม 14.80 บาท โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักปี 2569/2570 ขึ้น 7%/4% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ AH ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเรา โดยคำแนะนำ "ซื้อ" มีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรหลักปี 2569/2570 ที่ 21%/10% และอัตรำผลตอบแทนจำกเงินปันผลปี 2569–2571 ที่ 6–8% สำหรับปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนกำร re-rating ของราคาหุ้น ได้แก่ การเติบโตของกำไรปี 2570 ที่แข็งแกร่งและการปรับเพิ่มประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาด (consensus) ซึ่งประมาณการกำไรหลักปี 2569/2570 ของเราสูงกว่า consensus ใน Settrade อยู่ 5%/9% โมเมนตัมการเติบโต YoY แข็งแกร่งเข้าสู่ 2H69เราคาดการณ์กำไรหลักช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ที่ 376 ล้านบาท (+19% YoY, -26% HoH) โดยการเติบโต YoY ที่แข็งแกร่งน่าจะได้รับแรงหนุนจาก 1) ยอดขายและ GPM ที่สูงขึ้นของโรงงานในโปรตุเกส ซึ่งมีผลขาดทุนในปีที่แล้ว 2) การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ OEM ในมาเลเซีย และ 3) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก PUREM และ Able Sanoh ขณะที่การลดลงแบบ HoH เป็นผลมาจากปัจจัยทางฤดูกาล เติบโตแข็งแกร่งในปี 2570 พร้อมอัพไซด์จากดีล EVเราคาดการณ์กำไรหลักปี 2570 ที่ 1 พันล้านบาท (+10% YoY) นอกจากปัจจัยหนุนการเติบโตที่ต่อเนื่องมาจากครึ่งหลังของปี 2569 แล้ว AH จะเห็นอัตรากำไรของธุรกิจโชว์รูมและศูนย์บริการฟื้นตัวขึ้น (คาดการณ์ GPM ปี 2570 ที่ 4.2% เทียบกับปี 2569 ที่ 3.8%) หลังจากการปรับสัญญาเงินอุดหนุน (incentive contracts) นอกจากนี้ AH จะเริ่มเปิดสายการผลิตสำหรับคำสั่งซื้อระยะยาวใหม่จากลูกค้ารายหลัก มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งเรายังเห็นโอกาสเกิดอัพไซด์ต่อประมาณการของเราจากดีลใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV OEM) จากประเทศจีน เติบโตสูงสุด มีฐานลูกค้า EV และกระจายธุรกิจหลากหลายAH ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราด้วย 3 เหตุผลสำคัญ ประการแรก เราคาดว่า AH จะมี CAGR ของกำไรหลักปี 2568-71 ที่สูงถึง 12% เทียบกับ 2% สำหรับกลุ่มเดียวกัน ประการที่สอง จากนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการส่งเสริมการผลิต EV ในประเทศ โดยปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตสำหรับ EV นำเข้า AH มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีผู้ผลิต EV จีนเป็นลูกค้า ประการสุดท้าย AH เป็นบริษัทที่มีการกระจายธุรกิจในเชิงภูมิศาสตร์มากที่สุดโดยจัดหาชิ้นส่วนให้ OEM ใน 4 ประเทศ ความได้เปรียบดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกจากการขยายธุรกิจในสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ภายในสิ้นปี 2571 ซึ่งถือเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเรา Yugi Takeshima, IAAyugi.takeshima@maybank.com (66) 2658 5000 ext 1530 closePlease Sign InOr Register for Free to use efinAI andother benefits that can make your investing more effective.Do not show again todayRegister for FreeAlready have an account?Sign inclosePlease upgrade your plan to access past news.Your current plan does not allow you to read this news. If you want to access news older than the specified period, please upgrade your plan.
กระจายความเสี่ยงมากที่สุดและพร้อมที่สุดสำหรับการเติบโตในกลุ่มยานยนต์ไทยคงแนะนำ ซื้อ AH หุ้นเด่น พร้อมปรับ TP ขึ้น 22% เป็น 18 บาทคงคำแนะนำ "ซื้อ" AH และปรับราคาเป้าหมาย (คำนวณด้วยวิธี DDM) ขึ้น 22% เป็น 18.0 บาท จากเดิม 14.80 บาท โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักปี 2569/2570 ขึ้น 7%/4% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ AH ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเรา โดยคำแนะนำ "ซื้อ" มีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรหลักปี 2569/2570 ที่ 21%/10% และอัตรำผลตอบแทนจำกเงินปันผลปี 2569–2571 ที่ 6–8% สำหรับปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนกำร re-rating ของราคาหุ้น ได้แก่ การเติบโตของกำไรปี 2570 ที่แข็งแกร่งและการปรับเพิ่มประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาด (consensus) ซึ่งประมาณการกำไรหลักปี 2569/2570 ของเราสูงกว่า consensus ใน Settrade อยู่ 5%/9% โมเมนตัมการเติบโต YoY แข็งแกร่งเข้าสู่ 2H69เราคาดการณ์กำไรหลักช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ที่ 376 ล้านบาท (+19% YoY, -26% HoH) โดยการเติบโต YoY ที่แข็งแกร่งน่าจะได้รับแรงหนุนจาก 1) ยอดขายและ GPM ที่สูงขึ้นของโรงงานในโปรตุเกส ซึ่งมีผลขาดทุนในปีที่แล้ว 2) การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ OEM ในมาเลเซีย และ 3) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก PUREM และ Able Sanoh ขณะที่การลดลงแบบ HoH เป็นผลมาจากปัจจัยทางฤดูกาล เติบโตแข็งแกร่งในปี 2570 พร้อมอัพไซด์จากดีล EVเราคาดการณ์กำไรหลักปี 2570 ที่ 1 พันล้านบาท (+10% YoY) นอกจากปัจจัยหนุนการเติบโตที่ต่อเนื่องมาจากครึ่งหลังของปี 2569 แล้ว AH จะเห็นอัตรากำไรของธุรกิจโชว์รูมและศูนย์บริการฟื้นตัวขึ้น (คาดการณ์ GPM ปี 2570 ที่ 4.2% เทียบกับปี 2569 ที่ 3.8%) หลังจากการปรับสัญญาเงินอุดหนุน (incentive contracts) นอกจากนี้ AH จะเริ่มเปิดสายการผลิตสำหรับคำสั่งซื้อระยะยาวใหม่จากลูกค้ารายหลัก มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งเรายังเห็นโอกาสเกิดอัพไซด์ต่อประมาณการของเราจากดีลใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV OEM) จากประเทศจีน เติบโตสูงสุด มีฐานลูกค้า EV และกระจายธุรกิจหลากหลายAH ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราด้วย 3 เหตุผลสำคัญ ประการแรก เราคาดว่า AH จะมี CAGR ของกำไรหลักปี 2568-71 ที่สูงถึง 12% เทียบกับ 2% สำหรับกลุ่มเดียวกัน ประการที่สอง จากนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการส่งเสริมการผลิต EV ในประเทศ โดยปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตสำหรับ EV นำเข้า AH มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีผู้ผลิต EV จีนเป็นลูกค้า ประการสุดท้าย AH เป็นบริษัทที่มีการกระจายธุรกิจในเชิงภูมิศาสตร์มากที่สุดโดยจัดหาชิ้นส่วนให้ OEM ใน 4 ประเทศ ความได้เปรียบดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกจากการขยายธุรกิจในสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ภายในสิ้นปี 2571 ซึ่งถือเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเรา Yugi Takeshima, IAAyugi.takeshima@maybank.com (66) 2658 5000 ext 1530