Today 19:29A01 “วิทัย” กางแผน 3 กลไก ปลุกสินเชื่อ SME หลังติดลบ 16 ไตรมาส ชู “SME Portal-ค้ำประกัน-Data Bureau” ดันทุนเข้าถึงกลุ่มศักยภาพTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ก.ย. 69 19:29 น. ผู้ว่า ธปท. ชี้ SME จ้างงาน 13.6 ล้านคน แต่สินเชื่อหดตัวต่อเนื่อง เหตุ Credit Cost สูง-ไร้ประวัติถูกปฏิเสธ 78% เตรียมเปิด 3 กลไก “SME Portal-ค้ำประกันสินเชื่อ-Data Bureau” ตั้งเป้าดันทุนถึง SME ที่มีศักยภาพ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษหัวข้อSMEs แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตว่า ในปีนี้ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.3% ซึ่งแม้ดีกว่าที่ประเมินไว้ แต่ยังถือว่าต่ำเกินไป เพราะไทยควรสามารถเติบโตได้ในระดับ 3-4% “ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต เศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโตลดลงเป็นลำดับ จากในอดีตที่เคยเติบโต 7-8% ต่อปี หลังวิกฤตการเงินปี 2540 การเติบโตลดลงเหลือประมาณ 5.3% และหลังโควิด-19 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.4% ต่อปีสำหรับปีนี้ เดิม ธปท. คาดเศรษฐกิจไทยจะเติบโตประมาณ 1.8-1.9% แต่จากมาตรการของรัฐบาลที่เข้ามาช่วยประคองเศรษฐกิจ ทำให้คาดว่าการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 2.3% การเติบโตระดับ 2% หมายถึงรายได้ของครัวเรือนและผู้ประกอบการเติบโตเพียงประมาณ 2% แต่ไม่เพียงพอ เพราะรายจ่ายเติบโตเร็วกว่ารายได้”นายวิทัย กล่าว โดยปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างอื่น ๆ ทั้งเสถียรภาพทางการเมือง ระบบการศึกษา สังคมสูงวัย และปัญหาเงินเทา ซึ่งส่งผลต่อศักยภาพการเติบโตของประเทศ ขณะที่ปัญหาของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญที่ ธปท. ให้ความสนใจและต้องเร่งแก้ไข เนื่องจาก SME เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ปัจจุบันกลับเผชิญปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและต้นทุนทางการเงินที่สูง ทั้งนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการเงินที่ ธปท. ให้ความสำคัญมี 4 ด้าน ได้แก่ 1.หนี้ครัวเรือน 2.การเข้าถึงสินเชื่อของ SME และรายย่อย 3.ความเหลื่อมล้ำทางการเงิน โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่สูง และ 4.เงินเทา ที่ใช้ช่องทางของสถาบันการเงิน ทั้งเงินสด บัญชีธนาคาร และ Payment Gateway เพื่อทำธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง closeSign inor register for free to use efinAI and the other benefits that make your investing more effectiveclosePlease upgrade your planto read past news and use every featureRelated Topicsmai UpdateReporting byChatchaya AngkhuleeReported byefin Reporter
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ก.ย. 69 19:29 น. ผู้ว่า ธปท. ชี้ SME จ้างงาน 13.6 ล้านคน แต่สินเชื่อหดตัวต่อเนื่อง เหตุ Credit Cost สูง-ไร้ประวัติถูกปฏิเสธ 78% เตรียมเปิด 3 กลไก “SME Portal-ค้ำประกันสินเชื่อ-Data Bureau” ตั้งเป้าดันทุนถึง SME ที่มีศักยภาพ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษหัวข้อSMEs แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตว่า ในปีนี้ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.3% ซึ่งแม้ดีกว่าที่ประเมินไว้ แต่ยังถือว่าต่ำเกินไป เพราะไทยควรสามารถเติบโตได้ในระดับ 3-4% “ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต เศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโตลดลงเป็นลำดับ จากในอดีตที่เคยเติบโต 7-8% ต่อปี หลังวิกฤตการเงินปี 2540 การเติบโตลดลงเหลือประมาณ 5.3% และหลังโควิด-19 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.4% ต่อปีสำหรับปีนี้ เดิม ธปท. คาดเศรษฐกิจไทยจะเติบโตประมาณ 1.8-1.9% แต่จากมาตรการของรัฐบาลที่เข้ามาช่วยประคองเศรษฐกิจ ทำให้คาดว่าการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 2.3% การเติบโตระดับ 2% หมายถึงรายได้ของครัวเรือนและผู้ประกอบการเติบโตเพียงประมาณ 2% แต่ไม่เพียงพอ เพราะรายจ่ายเติบโตเร็วกว่ารายได้”นายวิทัย กล่าว โดยปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างอื่น ๆ ทั้งเสถียรภาพทางการเมือง ระบบการศึกษา สังคมสูงวัย และปัญหาเงินเทา ซึ่งส่งผลต่อศักยภาพการเติบโตของประเทศ ขณะที่ปัญหาของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญที่ ธปท. ให้ความสนใจและต้องเร่งแก้ไข เนื่องจาก SME เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ปัจจุบันกลับเผชิญปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและต้นทุนทางการเงินที่สูง ทั้งนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการเงินที่ ธปท. ให้ความสำคัญมี 4 ด้าน ได้แก่ 1.หนี้ครัวเรือน 2.การเข้าถึงสินเชื่อของ SME และรายย่อย 3.ความเหลื่อมล้ำทางการเงิน โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่สูง และ 4.เงินเทา ที่ใช้ช่องทางของสถาบันการเงิน ทั้งเงินสด บัญชีธนาคาร และ Payment Gateway เพื่อทำธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง