Today 16:06สหรัฐฯ กดดันยุโรปเร่งระบายคลังสำรองดีเซล หลังราคาทำนิวไฮจากสงครามTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 ต.ค. 69 16:06 น. รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประเทศในยุโรปเร่งระบายปริมาณน้ำมันดีเซลสำรองโดยทันที เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานพลังงานตึงตัวจากสงคราม ย้ำเกษตรกร ผู้ประกอบการขนส่ง และภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ไม่ควรต้องเป็นฝ่ายแบกรับผลกระทบจากภาวะชะงักงันของอุปทานทั่วโลก ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาว่าจะเดินหน้ามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ หรือไม่ เพื่อควบคุมราคาพลังงานที่พุ่งทุบสถิติในสหรัฐฯ ข้อมูลจาก AAA ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติสูงสุด แตะที่ 6.50 ดอลลาร์/แกลลอน ในช่วงปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นอย่างมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางอุปทานพลังงานที่ชะะงักจากสงครามอิหร่านและสงครามรัสเซีย-ยูเครน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โพสต์วานนี้ (1 ต.ค.) โดยเรียกร้องให้พันธมิตรในยุโรปเร่งดำเนินการตามข้อตกลงที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้และจัดหาอุปทานเพิ่มเติมออกสู่ตลาดทันที เพื่อรับมือกับภาวะอุปทานตึงตัวที่ดำเนินอยู่ เบสเซนต์ระบุเพิ่มเติมว่า “สหรัฐฯ กำลังทำหน้าที่ของเรา และหวังว่าพันธมิตรจะดำเนินการตามคำมั่นของตนเองด้วย” ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นในการเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.นี้ ที่มา CNBC closePlease Sign InOr Register for Free to use efinAI andother benefits that can make your investing more effective.Do not show again todayRegister for FreeAlready have an account?Sign inclosePlease upgrade your plan to access past news.Your current plan does not allow you to read this news. If you want to access news older than the specified period, please upgrade your plan.Related Topicsน้ำมันดีเซลสงครามอิหร่านพลังงานReporting bySupak HophungjuHead of International News Department, efinanceThai
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 ต.ค. 69 16:06 น. รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประเทศในยุโรปเร่งระบายปริมาณน้ำมันดีเซลสำรองโดยทันที เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานพลังงานตึงตัวจากสงคราม ย้ำเกษตรกร ผู้ประกอบการขนส่ง และภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ไม่ควรต้องเป็นฝ่ายแบกรับผลกระทบจากภาวะชะงักงันของอุปทานทั่วโลก ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาว่าจะเดินหน้ามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ หรือไม่ เพื่อควบคุมราคาพลังงานที่พุ่งทุบสถิติในสหรัฐฯ ข้อมูลจาก AAA ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติสูงสุด แตะที่ 6.50 ดอลลาร์/แกลลอน ในช่วงปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นอย่างมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางอุปทานพลังงานที่ชะะงักจากสงครามอิหร่านและสงครามรัสเซีย-ยูเครน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โพสต์วานนี้ (1 ต.ค.) โดยเรียกร้องให้พันธมิตรในยุโรปเร่งดำเนินการตามข้อตกลงที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้และจัดหาอุปทานเพิ่มเติมออกสู่ตลาดทันที เพื่อรับมือกับภาวะอุปทานตึงตัวที่ดำเนินอยู่ เบสเซนต์ระบุเพิ่มเติมว่า “สหรัฐฯ กำลังทำหน้าที่ของเรา และหวังว่าพันธมิตรจะดำเนินการตามคำมั่นของตนเองด้วย” ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นในการเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.นี้ ที่มา CNBC