| สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่อญี่ปุ่นในการเดินหน้าใช้มาตรการเชิงนโยบายเพื่อควบคุมการอ่อนค่าของเงินเยนรอบใหม่ ขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีของญี่ปุ่น แตะ 3% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยเบสเซนต์ได้หารือนอกรอบกับซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยส่งสัญญาณว่า BOJ ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก่อนหน้านี้สำนักข่าว NHK รายงานว่า เบสเซนต์ได้บอกกับคาตายามะ รวมถึงหารือแยกกับคาซุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ว่า มาตรการขั้นตอนต่อไปของญี่ปุ่นควรเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยรายงานของ NHK นั้นอ้างจากคำให้สัมภาษณ์ของเอริน บราวน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม คาตายามะปฏิเสธว่าไม่ได้หารือเรื่องนโยบายการเงินกับเบสเซนต์ตามที่มีการรายงาน โดยชี้แจงว่าการหารือเน้นไปที่มุมมองที่มีร่วมกันในการแทรกแซงตลาดเงินระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เมื่อเดือนที่ผ่านมา คาตายามะกล่าวว่า “ตามที่ดิฉันได้กล่าวมาโดยตลอด การตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินใด ๆ นั้น อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของธนาคารกลางญี่ปุ่นตามกฎหมาย BOJ” พร้อมระบุว่า ทั้งสองฝ่ายไม่ได้หารือในประเด็นดังกล่าว และขอไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ การปฏิเสธของคาตายามะเกิดขึ้นท่ามกลางการจับตานโยบายของญี่ปุ่นจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเบสเซนต์ส่งสัญญาณหลายครั้งตลอดปีที่ผ่านมาว่า เขาต้องการให้ BOJ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยหนุนค่าเงินเยน มากกว่าที่จะต้องเข้าแทรกแซงตลาดเงินซ้ำแล้วซ้ำเล่า แรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังสหรัฐฯ เข้าร่วมกับญี่ปุ่นในการแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนเมื่อสิ้นเดือนก.ค. ส่งผลให้การปล่อยให้เงินเยนอ่อนค่าลงต่อเนื่องกลายเป็นประเด็นที่อาจกระทบต่อทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เงินเยนแข็งค่าขึ้นชั่วคราวแตะระดับ 159.64 เยนต่อดอลลาร์ หลัง NHK รายงานข่าวดังกล่าว ก่อนเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 159.86 เยนต่อดอลลาร์หลังคาตายามะออกมาให้ความเห็น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีแตะระดับ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. 1996 ที่มา Bloomberg อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |