ดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. หลังวอลเลอร์ส่งสัญญาณ ‘สายพิราบ’ เยนแข็งค่า 2% จับตา BOJ และทองคำ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม หลังคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลายว่าเงินเฟ้อมีพัฒนาการดีขึ้น ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นเกือบ 2% เทียบดอลลาร์ และกลายเป็นสกุลเงินที่เคลื่อนไหวเด่นที่สุดในกลุ่ม G10 ท่ามกลางความคาดหวังใหม่ต่อทิศทางดอกเบี้ยของทั้งเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
Bloomberg รายงานว่า ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ลดลง 0.6% ในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่แย่ที่สุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ หลังนายวอลเลอร์ระบุว่าการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดวันที่ 16 กันยายน จะขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อ CPI เดือนสิงหาคมที่จะประกาศในสัปดาห์หน้าเป็นหลัก สัญญาณดังกล่าวทำให้ตลาดตีความว่าเฟดอาจไม่เร่งคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่องเหมือนก่อนหน้า
แรงสะเทือนจากถ้อยแถลงของวอลเลอร์สะท้อนชัดในตลาดสวอป โดยความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายนถูกปรับลดลงมาอยู่ราวกึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 50/50 จากระดับราว 70% ในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนยังรอข้อมูลการจ้างงานสหรัฐประจำเดือน ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินว่าตลาดแรงงานยังร้อนแรงพอจะหนุนการคุมเข้มนโยบายหรือไม่
ตลาดตีความคำพูดวอลเลอร์เป็นสัญญาณ Dovish
Alex Cohen นักกลยุทธ์ปริวรรตเงินตราจาก Bank of America ระบุว่า โทนที่ออกมาในลักษณะ “สายพิราบ” (Dovish) ของวอลเลอร์ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง และทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกันยายนลงเล็กน้อย เขาเตือนด้วยว่า หากตัวเลขจ้างงานหรือเงินเฟ้อสหรัฐออกมาอ่อนแอมากกว่าคาด จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อดอลลาร์และหนุนการอ่อนค่าต่อเนื่อง
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดไม่ได้จับตาเพียงเฟดเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มากขึ้นด้วย การที่เยนแข็งค่าเกิดจากการเพิ่มน้ำหนักต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ รวมถึงความระมัดระวังเรื่องการแทรกแซงค่าเงินของทางการญี่ปุ่น จึงสะท้อนว่าประเด็น ความต่างของอัตราดอกเบี้ย ระหว่างประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจกำลังเป็นตัวขับเคลื่อนกระแสเงินทุนอย่างมีนัยสำคัญ
ผลต่อเงินทุนและสินทรัพย์เสี่ยง
แม้ข่าวนี้จะไม่ได้กล่าวถึงไทยโดยตรง แต่การอ่อนค่าของดอลลาร์มีนัยสำคัญต่อนักลงทุนไทย หากดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องจนเงินบาทแข็งค่าตามสกุลเงินในภูมิภาค กลุ่มส่งออกและท่องเที่ยวที่มีรายได้เป็นดอลลาร์อาจเผชิญแรงกดดันด้านความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่กลุ่มนำเข้าวัตถุดิบหรือพลังงานจะได้ประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลง
หากตัวเลขจ้างงานหรือเงินเฟ้อสหรัฐออกมาอ่อนแอจนทำให้เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ดอกเบี้ยสหรัฐอาจไม่ปรับสูงขึ้นมากนัก ส่งผลให้สินทรัพย์ดอลลาร์มีแรงดึงดูดลดลง และอาจเปิดทางให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป
ทองคำและพันธบัตรได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อน
ในมุมของสินทรัพย์ทางเลือก ดอลลาร์อ่อนค่า มักเป็นปัจจัยบวกต่อ ราคาทองคำ เนื่องจากทองคำซื้อขายในรูปดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์อ่อนลง ทองคำจะมีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด นอกจากนี้ การที่ตลาดลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ยังมีแนวโน้มทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับลดลง และราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี ทิศทางตลาดยังเปลี่ยนได้เร็ว เพราะตัวเลข CPI เดือนสิงหาคม ของสหรัฐและข้อมูลการจ้างงานในวันศุกร์ยังสามารถพลิกมุมมองนักลงทุนได้ หากข้อมูลออกมาแข็งแรงกว่าคาด โฟลว์เงินทุนอาจไหลกลับเข้าดอลลาร์อีกครั้ง ดังนั้นนักลงทุนควรทยอยปรับพอร์ตและกระจายความเสี่ยง ไม่ควรทุ่มน้ำหนักไปในทิศทางเดียวมากเกินไป
- ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ลดลง 0.6%
- เงินเยนแข็งค่าเกือบ 2% เทียบดอลลาร์
- ตลาดลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนลงสู่ราว 50/50
- จับตา CPI สหรัฐ และข้อมูลจ้างงานเป็นตัวแปรชี้ทิศทาง
- ทองคำและพันธบัตรอาจได้อานิสงส์หากดอลลาร์ยังอ่อนค่า