รัฐบาลตุรกีประกาศแผนเศรษฐกิจระยะกลางฉบับใหม่ โดยปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2027 เหลือ 4.2% จากเดิม 4.3% และหั่นเป้าการเติบโตปีนี้ลงสู่ 3.3% จาก 3.8% สะท้อนแรงกดดันจากสงครามในอิหร่าน ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนเรื่องกำหนดการเลือกตั้งในประเทศที่อาจกระทบทั้งการลงทุนและแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม
เป้าหมายหลักของแผนเศรษฐกิจใหม่
นาย Cevdet Yilmaz รองประธานาธิบดีตุรกี ระบุว่า แผนเศรษฐกิจระยะกลาง (Medium-Term Program) ที่ครอบคลุมถึงปี 2029 ให้ความสำคัญกับการเดินหน้ากระบวนการชะลอเงินเฟ้ออย่างจริงจัง พร้อมสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้ยั่งยืนควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและต่อเนื่อง
แผนดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามกำหนดในปี 2028 แม้มีการคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งอาจถูกเลื่อนมาเป็นช่วงปลายปี 2027 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงอาจเปิดทางให้ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan เลี่ยงข้อจำกัดเรื่องการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 สมัยได้
เป้าหมายเงินเฟ้อถูกขยับขึ้นสะท้อนแรงกดดันภายนอก
ในแผนใหม่ รัฐบาลตุรกีตั้งเป้าเงินเฟ้อสิ้นปี 2027 ไว้ที่ 21% จากเป้าหมายเดิม 9% และยังสูงกว่าที่ธนาคารกลางตุรกีประเมินไว้ที่ 15% ขณะที่นาย Fatih Karahan ผู้ว่าการธนาคารกลาง ระบุว่าเป้าหมายระยะกลางถูกกำหนดขึ้นให้สอดคล้องกับแผนรัฐบาล
เขาอธิบายว่า ความคลาดเคลื่อนจากประมาณการเดิมมีสาเหตุหลักจากสงครามในอิหร่านที่รุนแรงกว่าคาด ซึ่งทำให้กระบวนการชะลอเงินเฟ้อสะดุดลง อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อผู้บริโภครายปีของตุรกีเริ่มชะลอลงสู่ 31.5% ในเดือนสิงหาคม และรัฐบาลยังตั้งเป้ากดให้อัตราดังกล่าวต่ำกว่า 30% ภายในสิ้นปีนี้
ธนาคารกลางคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่อง
นาย Mehmet Simsek รัฐมนตรีคลังตุรกี กล่าวว่า แม้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง แต่ประเด็นสำคัญคือเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวจนหลุดการควบคุม ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากจากปัญหาการค้าและพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน
หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ธนาคารกลางตุรกีได้หยุดการปรับลดดอกเบี้ยและส่งสัญญาณคุมเข้มทางการเงินมากขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบซ่อนเร้น ก่อนจะกลับมากำหนดกรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 37% ในเดือนสิงหาคม
แนวโน้มการคลังและความเสี่ยงต่อการเติบโต
นอกจากเป้าหมายด้านการเติบโตและเงินเฟ้อแล้ว รัฐบาลตุรกียังปรับเพิ่มคาดการณ์การขาดดุลงบประมาณปี 2027 เป็น 3.5% ของ GDP จากเดิม 3.1% สะท้อนแรงกดดันต่อฐานะการคลังในช่วงที่เศรษฐกิจยังเผชิญทั้งต้นทุนทางการเงินสูงและความไม่แน่นอนจากภายนอก
โดยรวม แผนเศรษฐกิจฉบับล่าสุดของตุรกีชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่างการรักษาเสถียรภาพราคา การคุมเงินเฟ้อ และการประคองการเติบโต ท่ามกลางแรงเสี่ยงจากสงครามในภูมิภาคและฉากทัศน์การเมืองภายในประเทศที่ยังเปิดกว้าง
สรุป: การปรับลดเป้า GDP และการขยับเป้าเงินเฟ้อของตุรกีสะท้อนความท้าทายที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญ ขณะรัฐบาลยังต้องเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในสภาพแวดล้อมที่เปราะบาง