| Webull รุกตลาดลงทุนไทยเต็มรูปแบบ หลังปิดดีลเข้าถือหุ้น บล.พาย 99.36% มูลค่า 3.2 พันลบ.ตั้งเป้า AUM รวมแตะ 2 แสนลบ.ปี 70 เปิดเกมพันธมิตร TTB-TrueMoney ขยายฐานลูกค้าสู่ Mass Market เชื่อมต่อการลงทุนทั่วโลก นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand เปิดเผยว่า Webull เดินหน้ารุกตลาดการลงทุนไทยเต็มรูปแบบ หลังเข้าถือหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi Securities รวม 99.36% มูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท โดยดีลแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 หลังได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พร้อมตั้งเป้าหมายให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมของ Webull และ บล.พาย อยู่ที่ 200,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย หลังจากนี้ Webull มุ่งสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ครอบคลุม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนไทยที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะแรก Webull Thailand และ บล.พาย จะยังคงดำเนินธุรกิจแยกจากกันภายใต้แบรนด์ของแต่ละบริษัท เพื่อให้การให้บริการแก่ลูกค้าของทั้งสองบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าต่อยอดจุดแข็งของทั้งสองบริษัท เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุนให้แก่นักลงทุนไทยในระยะยาว โดย AUM ของ Webull แตะ 4 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปี 2569 และดัน AUM รวม Webull และ บล.พาย แตะ 2 แสนล้านบาทในปี 2570 ผนึกเทคโนโลยี Webull เสริมแกร่ง บล.พาย Webull เตรียมนำเทคโนโลยี แพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และ AI มาผสานกับความเชี่ยวชาญของ บล.พาย ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดทุนไทยกว่า 50 ปี ทั้งตลาดหุ้น อนุพันธ์ Wealth Management และธุรกิจ DR การผสานจุดแข็งดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการวิจัย การให้คำแนะนำการลงทุน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงหุ้นต่างประเทศและธีมการลงทุนระดับโลกได้ง่ายขึ้น ปี 69 ตั้งเป้า AUM Webull 4 หมื่นลบ. ปัจจุบัน Webull Thailand มี AUM 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ บล.พาย มี AUM ราว 1 แสนล้านบาท โดย Webull ตั้งเป้าดัน AUM ของตัวเองแตะ 4 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปี 2569 ก่อนผลักดัน AUM รวมของทั้งสองบริษัทสู่ 2 แสนล้านบาทในปี 2570 มองว่าฐานลูกค้าของ Webull และ Pi มีความซ้ำซ้อนกันไม่มาก โดย Webull เน้นลูกค้าที่ลงทุนต่างประเทศ ขณะที่ Pi มีฐานลูกค้าหุ้นไทย จึงมีโอกาสสร้าง Synergy และขยายฐานลูกค้าได้อีกมาก รุก Wealth Management ดึงทีม Pi กว่า 350 คน เตรียมใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มของบริษัท ผสานกับทีม Investment Consultant และ Relationship Manager ของ Pi กว่า 350 คน เพื่อขยายธุรกิจ Wealth Management เจาะกลุ่ม High Net Worth และ Ultra High Net Worth พร้อมพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะบุคคลมากขึ้น ชูหุ้นสหรัฐฯ-Options พร้อมดัน Webull DR ติด Top 3 หุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ Webull โดยสร้างรายได้กว่า 90% ของธุรกิจ พร้อมเดินหน้าขยายตลาด Options ขณะที่บริษัทตั้งเป้า Webull DR ติด Top 3 ของตลาดไทย โดยอาศัยเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกในการนำ ETF และสินทรัพย์ต่างประเทศที่น่าสนใจ เช่น หุ้นกลุ่ม AI และทองคำ มาพัฒนาเป็น DR ในไทย เปิดเกมพันธมิตร TTB-TrueMoney ขยาย Mass Market ภายในเดือนนี้ เดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรในไทย เพื่อขยายฐานลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่ Wealth ถึง Mass Market โดยมีแผนเปิดตัวความร่วมมือกับ ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) และ TrueMoney ในก.ย. นี้ เบื้องต้นความร่วมมือกับ TTB จะเชื่อมต่อผ่านระบบนิเวศของธนาคาร ขณะที่ TrueMoney เตรียมพัฒนา TrueMoney Mini App เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงบริการและการลงทุนทั่วโลกของ Webull ได้ง่ายขึ้น โดยเริ่มจากหุ้นสหรัฐฯ ก่อนขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นในอนาคต ปี 70 ลุ้น TISA เป็นเรือธงดันหุ้นไทย-กองทุน สำหรับปี 2570 มองว่า TISA มีโอกาสเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง หากภาครัฐมีความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์ โดยบริษัทเตรียมเพิ่มน้ำหนักการทำตลาดหุ้นไทยและกองทุนรวมไทย จากเดิมที่ Webull มีจุดแข็งด้านหุ้นสหรัฐฯ และ Options ตั้งเป้า Pi กลับมามีกำไรปี 70 ตั้งเป้าให้ Pi กลับมามีกำไรภายในปี 2570 และคาดว่าจะคืนทุนจากการเข้าซื้อกิจการภายในไม่เกิน 5 ปี พร้อมยืนยันไม่มีแผนลดพนักงาน Front Office แต่จะปรับบทบาท IC ให้เป็น RM มากขึ้น และขยายทีมเพื่อรองรับธุรกิจ Wealth Management ปัจจุบัน Webull มีลูกค้าเปิดบัญชีและผ่าน KYC แล้วกว่า 4 แสนราย โดยมี Active User ประมาณ 60% และขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |