| หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI วอนผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชะลอการพัฒนาโมเดลโดยสมัครใจ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หวั่นพัฒนาไปเร็วจนมนุษย์เริ่มยากที่เข้าใจและควบคุมได้ยากขึ้น จาคุบ พาชอคกี หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI โพสต์เมื่อวันอาทิตย์ว่า ในอีกไม่นาน โมเดล AI จะสามารถทำงานบนคอมพิวเตอร์ ทำงานร่วมกับมนุษย์และระบบ AI อื่น ๆ รวมถึงดำเนินโครงการวิจัยต่าง ๆ ได้แล้ว และอีกไม่นาน AI จะสามารถพัฒนาตัวเองได้โดยไม่ต้องอาศัยการแทรกแซงจากมนุษย์ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเรียกว่า การพัฒนาตัวเองแบบวนซ้ำ (Recursive self-improvement) พาชอคกี กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด ที่น่ากังวลคือ ไม่มีใครเตรียมป้องกันผลกระทบจากการที่โมเดล AI กำลังฉลาดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง” และกล่าวต่อไปว่า ผู้พัฒนา AI สามารถเลือกได้ว่าจะพยายามควบคุมและพัฒนา AI ให้สอดคล้องกับประโยชน์ของมนุษย์มากขึ้น หรือชะลอการพัฒนาในอนาคตหากจำเป็น ความเห็นของพาชอคกีสอดคล้องกับมุมมองของผู้บริหารในวงการ AI หลายรายที่เคยแสดงความกังวลก่อนหน้านี้ อาทิ ดาริโอ อาโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic ที่เคยเตือนว่า AI อาจเข้ามาทดแทนงานระดับเริ่มต้นมากถึงครึ่งหนึ่ง ขณะที่แซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI ก็เคยคาดการณ์ในลักษณะเดียวกัน แต่ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Bloomberg เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อัลต์แมนระบุว่า อุตสาหกรรม AI ยังสื่อสารถึงประโยชน์ที่จะมอบให้แก่มนุษยชาติได้ไม่มากพอ ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยียังคงเดินหน้าพัฒนาโมเดล AI ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia โพสต์ข้อความบน X ว่า “ยุค AGI มาถึงแล้ว” เพื่อตอบรับการเปิดตัวโมเดลล่าสุดของ OpenAI โดย AGI หรือ Artificial General Intelligence หมายถึง AI ที่มีความสามารถเหนือกว่ามนุษย์ การเปิดตัวโมเดล AI ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับความก้าวหน้าในหลายด้าน ทั้งความสามารถด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ และการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่เป็นปัญหามายาวนานให้สามารถพิสูจน์อย่างเป็นระบบได้ OpenAI ระบุว่า โมเดล AI ที่โจมตีแพลตฟอร์มทดสอบของ Hugging Face สามารถประสานงานระหว่างกันผ่านกระดานข้อความโดยไม่ถูกตรวจพบ ขณะที่บริษัทตัดสินใจจำกัดการเปิดตัวโมเดล GPT-6 Astra รุ่นล่าสุด ด้าน Anthropic ก็ยังไม่ได้เปิดตัวโมเดล Mythos ซึ่งเป็นโมเดลล้ำสมัยของบริษัทด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเช่นกัน ขณะเดียวกัน สตาร์ทอัพจำนวนมากกำลังพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งตรงกับสิ่งที่พาชอคกีออกมาเตือน นั่นคือ AI ที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ นักลงทุนกำลังทุ่มเงินเข้าสู่เทคโนโลยีการพัฒนาตัวเองแบบวนซ้ำ โดยมองว่าแนวทางดังกล่าวอาจเป็นเส้นทางสู่การมีโมเดล AI ที่มีความสามารถใกล้เคียงมนุษย์อย่างแท้จริง หรืออาจมีความสามารถเหนือกว่ามนุษย์ Inherent ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตนักวิจัยของ DeepMind สามารถระดมทุนได้ 50 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่ Recursive Superintelligence ห้องปฏิบัติการวิจัย AI ที่ก่อตั้งโดยริชาร์ด โซเชอร์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ซึ่งทำวิจัยในแนวทางเดียวกัน สามารถระดมทุนได้ถึง 650 ล้านดอลลาร์ ที่มา CNBC อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |