SoftBank ยื่น IPO SB Energy ในสหรัฐฯ ประเมินมูลค่ากว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ แม้ยังไม่มีรายได้จากศูนย์ข้อมูล
SoftBank Group เดินหน้าผลักดัน SB Energy บริษัทลูกที่หันมาทำธุรกิจ ศูนย์ข้อมูล เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังยื่นเอกสาร S-1 ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ โดยยังไม่มีการเปิดเผยวันเสนอขายหุ้นหรือราคา IPO อย่างเป็นทางการ ขณะที่รายงานจาก Reuters ระบุว่าดีลนี้อาจเปิดตัวได้เร็วที่สุดภายในเดือนนี้ และมีโอกาสประเมินมูลค่าสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์
มูลค่าที่คาดว่าจะสูงลิ่วทำให้ SB Energy กลายเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดของธีม AI และ Data Center ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เอกสาร IPO ระบุชัดว่าธุรกิจศูนย์ข้อมูลหลักของบริษัท ยังไม่มีรายได้ แม้จะมีงานในมือหรือ backlog สูงถึง 439,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสัญญาเช่าศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยมี OpenAI เป็นลูกค้ารายสำคัญที่สุดที่คาดว่าจะเช่าพื้นที่ใช้งาน
จากพลังงานหมุนเวียนสู่ศูนย์ข้อมูล
SB Energy ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ด้วยธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางตามยุทธศาสตร์ของ SoftBank มาสู่การก่อสร้างและดำเนินงานศูนย์ข้อมูล ปัจจุบันบริษัทมีสัญญาความจุศูนย์ข้อมูลรวม 8.8 กิกะวัตต์ และมีแผนพัฒนาโครงการในรัฐ เท็กซัส และ โอไฮโอ แต่ยังไม่มีศูนย์ข้อมูลใดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์
โครงการขนาดใหญ่ในโอไฮโอกำลังถูกวางให้เป็นหนึ่งในศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก สะท้อนว่ามูลค่าของ SB Energy ไม่ได้มาจากรายได้ปัจจุบัน แต่พึ่งพาความคาดหวังต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และความสามารถในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานให้ผู้เล่นรายใหญ่ได้จริง
บทบาทของ Nvidia และ OpenAI ต่อมูลค่าบริษัท
อีกหนึ่งปัจจัยที่ผลักดันมูลค่าของ SB Energy คือการสนับสนุนจาก Nvidia และ OpenAI ซึ่งเชื่อมโยงกันหลายชั้น Nvidia ลงทุน 3,000 ล้านดอลลาร์ ใน SB Energy ในฐานะผู้ให้เช่า พร้อมลงทุน 30,000 ล้านดอลลาร์ ใน OpenAI ในฐานะผู้เช่า ขณะเดียวกันยังค้ำประกันวงเงินสูงถึง 105,000 ล้านดอลลาร์ ให้ SB Energy หาก OpenAI ไม่สามารถชำระค่าเช่าตามสัญญาสำหรับศูนย์ข้อมูลในโอไฮโอ
นอกจากนี้ OpenAI ยังลงทุน 500 ล้านดอลลาร์ ใน SB Energy ขณะที่ SB Energy ให้คำมั่นจะออกวอร์แรนต์หุ้นให้ OpenAI และจะซื้อบริการ AI จาก OpenAI เพิ่มเติม โครงสร้างลักษณะนี้สะท้อนว่า มูลค่าของ SB Energy ผูกอยู่กับความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์กับ OpenAI และ Nvidia อย่างมาก และทำให้การประเมินราคาหุ้นหลัง IPO กลายเป็นเรื่องที่ตลาดต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
ความเสี่ยงของโครงสร้างการเงินแบบหมุนเวียน
SoftBank คาดว่าจะยังคงถือสิทธิออกเสียงเสียงข้างมากหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ แต่ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าคือความเสี่ยงจากโครงสร้างการเงินแบบหมุนเวียน ซึ่งเงินลงทุนหมุนเวียนกันระหว่างผู้ให้เช่า ผู้เช่า และผู้สนับสนุนโครงการ หากความต้องการใช้งาน AI ไม่เติบโตตามที่คาด หรือหากบริษัทใดบริษัทหนึ่งในห่วงโซ่ประสบปัญหาทางการเงิน ผลกระทบอาจลุกลามเป็นลูกโซ่ไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
เอกสาร S-1 ยังระบุว่า หากฐานะการเงินของ OpenAI แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือหากสัญญาเช่ามีการเปลี่ยนแปลง รายได้จากศูนย์ข้อมูลอาจหายไปและส่งผลต่อฐานะการเงินของ SB Energy อย่างมีสาระสำคัญ ขณะเดียวกัน OpenAI เองก็ยังขาดทุน แม้จะมีแผนเข้าตลาดหุ้นแบบลับตั้งแต่เดือนมิถุนายน และเป้าหมายมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ยังไม่ชัดเจน
เงินลงทุนมหาศาลที่ต้องใช้และผลต่อธีม AI ทั่วโลก
SB Energy ระบุว่าจะต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 170,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลตามสัญญาที่มีอยู่ ซึ่งหมายความว่าบริษัทต้องระดมทุนจากนักลงทุนภายนอกจำนวนมาก นอกเหนือจากเงินที่ได้จาก IPO เท่านั้น ภาพรวมยังสอดคล้องกับความพยายามของ Nvidia และสถาบันการเงินรายใหญ่ที่กำลังระดมทุนราว 500,000 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนภายนอกเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องการถือหุ้น SB Energy โดยตรง แต่สะท้อนทิศทางเม็ดเงินในธีม AI และ Data Center ที่กำลังขยายตัวทั่วโลก กลุ่มที่อาจได้รับอานิสงส์เชิงเปรียบเทียบ ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค รวมถึง กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและนิคมอุตสาหกรรม หากโครงการศูนย์ข้อมูลเกิดขึ้นจริง แต่สิ่งสำคัญคือการแยกบริษัทที่มีรายได้และกระแสเงินสดรองรับออกจากหุ้นที่ได้แรงหนุนเพียงจากกระแสข่าว เพราะหุ้นธีม AI ในช่วงนี้อาจเคลื่อนไหวตาม sentiment มากกว่าพื้นฐานในระยะสั้น
เมื่อมองผ่านมุมของสินทรัพย์หลายประเภท ความคึกคักของธีม AI อาจหนุนหุ้นเติบโตและหุ้นเทคโนโลยีในระยะสั้น แต่หากเกิดความกังวลเรื่องฟองสบู่หรือความเสี่ยงแบบโดมิโนจากการผิดนัดชำระ ทองคำอาจกลับมามีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่พันธบัตรคุณภาพดีและเงินสดจะช่วยเป็นกันชนในพอร์ตหากตลาดเทขายหุ้นเทคโนโลยีอย่างหนัก
โดยสรุป ดีลของ SB Energy เป็นตัวอย่างชัดเจนของการลงทุนในยุค AI ที่ขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังและการเกื้อหนุนกันระหว่างยักษ์ใหญ่ มากกว่ารายได้ในปัจจุบัน สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามต่อคือ ราคา IPO จะสะท้อนมูลค่าได้สูงเพียงใด OpenAI จะรักษาคำมั่นเช่าและฐานะการเงินได้หรือไม่ และเม็ดเงินขนาดมหาศาลที่กำลังหมุนเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI จะไหลไปในทิศทางใดต่อไป