| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 92.41 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 2.20 ดอลลาร์ หรือ - 2.3% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 104.32 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 2.28 ดอลลาร์ หรือ - 2.1% ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงราว 2% ในวันศุกร์ (25 ก.ย.) หลังตลาดมีความหวังเพิ่มขึ้นต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงรายงานที่ว่าสหรัฐฯ อาจสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลว่า การโจมตีซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตีอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง แหล่งข่าวระบุว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านมีการหารือที่นิวยอร์คเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางยุติสงครามแบบเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งอาจรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในฝั่งของอิหร่าน และสหรัฐฯ อาจยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ทั้งนี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงประมาณ 8% *** The Wall Street Journal รายงานเมื่อวันเสาร์ โดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบมีเงื่อนไขของอิหร่าน และแจ้งต่อผู้ช่วยว่า ตนเองคาดว่าการโจมตีอิหร่านจะกลับมาอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ในการซื้อขายเช้านี้ฝั่งเอเชีย สัญญาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 1.3% สู่ระดับ 93.62 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 1.8% สู่ระดับ 106.31 ดอลลาร์/บาร์เรล *** รายงานข่าวที่ระบุว่า สหรัฐฯ อาจสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลกำลังทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI กับราคาน้ำมันดิบเบรนท์กว้างขึ้น สะท้อนคาดการณ์ว่า โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ จะลดการกลั่นน้ำมันดิบลง หากไม่สามารถส่งออกน้ำมันดีเซลที่ผลิตได้ แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาราคาน้ำมันดีเซลในประเทศที่อยู่ในระดับสูงได้ในระยะสั้น หลังราคาดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.528 ดอลลาร์/แกลลอนในสัปดาห์นี้ แต่การที่ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าในประเทศปรับลดลงมากกว่าราคาอ้างอิงในตลาดโลก อาจเป็นสัญญาณที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ เพราะอาจสะท้อนว่าราคาน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป ขณะที่ในระยะยาว ราคาน้ำมันดีเซลก็อาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง *** สื่อจีนระบุว่า ผู้นำจีนและสหรัฐฯ บรรลุฉันทามติร่วมกัน 8 ประเด็น หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 23-25 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยระหว่างการเยือน ผู้นำทั้งสองได้หารือเชิงลึกเกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพในเชิงยุทธศาสตร์ ตลอดจนประเด็นสำคัญในระดับโลกและภูมิภาค *** อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านพร้อมรับมือสงครามครั้งเลวร้ายที่สุดกับสหรัฐฯ แต่ยังเปิดช่องทางทางการทูตไว้ เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างสันติภาพ อารักชีกล่าวในรายการ “Meet the Press” ของ NBC News เมื่อวันอาทิตย์ หลังการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเผชิญความขัดแย้งที่ปะทุเป็นระลอกมาตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือน ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ *** สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ควรเปิดกว้างต่อการพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ย พร้อมให้เหตุผลว่า การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจาก AI และการผ่อนคลายกฎระเบียบจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เบสเซนต์กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ เมื่อไม่นับรวมอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. และเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมระบุว่า เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับที่ไม่ร้อนแรงมาก และจริงๆ แล้วลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และยังคาดด้วยว่า การส่งมอบน้ำมันจากอิหร่านไปยังจีนจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ โดยกล่าวว่า จีนลดการให้ความช่วยเหลืออิหร่านลงอย่างมาก ขณะนี้มีน้ำมันอิหร่านอยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือเหลือเพียง 15 ล้านบาร์เรล *** บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 กำลังทำให้ต้นทุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มีแนวโน้มสูงขึ้นอีก โดยJPMorgan Chase ประเมินเมื่อเดือนมิ.ย.ว่า บริษัทจะมีการก่อหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้นรวม 4.1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ขณะที่บริษัทดาต้าเซ็นเตอร์และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI เร่งลงทุนเพิ่มรองรับการเติบโต จนถึงขณะนี้ แม้บริษัทต่าง ๆ ยังสามารถรับภาระต้นทุนหนี้ที่สูงขึ้นได้ แต่ผู้ลงทุนบางส่วนเริ่มกังวลว่า ต้นทุนการระดมทุนในอนาคตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก *** *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า มีแผนรับประทานอาหารค่ำร่วมกับดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic ในคืนวันอาทิตย์ (27 ก.ย.) แต่ยังคงย้ำจุดยืนคัดค้านการชะลอการพัฒนา AI โดยผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำถึงความคิดที่ว่า การออกกฎระเบียบใหม่จะเปิดทางให้จีนแซงหน้าสหรัฐฯ ในด้านการพัฒนา AI แม้จะยอมรับสิ่งที่อโมเดอีกังวลว่า การพัฒนา AI เร็วเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยง แต่ทรัมป์กล่าวว่า สิ่งสำคัญกว่าคือการที่สหรัฐฯ ต้องรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีเหนือจีน *** OpenAI ระบุว่า บริษัทกำลังดำเนินการตรวจสอบการทำงานของโมเดล AI อย่างครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเจาะระบบ Hugging Face โดยได้แจ้งเตือนบุคคลที่สามซึ่งระบบอาจได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของโมเดล AI ที่ไม่คาดคิดหรือน่ากังวล นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโมเดลของ OpenAI เมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงกรณีการเข้าถึงพอร์ทัลรายงานสถิติ Medicare ของออสเตรเลีย ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้โดยไม่เหมาะสม *** รัฐบาลออสเตรเลียเรียกร้องให้ผู้บริหารบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ทั้ง OpenAI และ Anthropic PBC เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาออสเตรเลีย หลังเกิดเหตุการณ์แฮ็กเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลออสเตรเลียเมื่อไม่นานมานี้ แถลงการณ์ของซาราห์ แฮนสัน-ยัง ประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า แซม อัลท์แมน ซีอีโอ OpenAI และดาริโอ อโมเดอี จาก Anthropic ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมการชี้แจงของคณะกรรมาธิการที่ศึกษาประเด็นเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์และ AI โดยกำหนดการครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ *** The Information รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า มีการส่งสัญญาณจากรัฐบาลจีนว่า อาจอนุญาตให้บริษัทบางแห่ง เช่น Alibaba Group และ ByteDance สามารถซื้อชิป RTX Pro 5500 รุ่นใหม่ของ Nvidia ได้ ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนได้สอบถามบริษัทบางแห่งเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับแผนการจัดซื้อหน่วยประมวลผลกราฟิกประสิทธิภาพสูงรุ่นดังกล่าว ซึ่งเปิดตัวในเดือนนี้ รวมถึงจำนวนที่ต้องการซื้อและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน *** Boeing เปิดเผยว่า บริษัทตรวจพบปัญหาความผิดพลาดของซอฟต์แวร์ในเครื่องบิน 737 Max บางลำเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อขั้นตอนการลงจอด ขณะที่บริษัทกำลังขออนุมัติจากหน่วยงานรัฐบาลกลางสำหรับเครื่องบินรุ่นที่ 4 และรุ่นสุดท้ายในตระกูลดังกล่าว ซึ่งเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของบริษัท ขณะที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า กำลังประเมินปัญหาดังกล่าว และจะดำเนินการทันทีหากพบประเด็นด้านความปลอดภัย พร้อมระบุว่าจะพิจารณาแนวทางแก้ไขที่ Boeing เสนอมา |