| BAY มองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 2.1% พร้อมติดตามปัจจัยขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกเกี่ยวกับ AI และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ฝ่ายวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เผยแพร่บทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน เรื่อง "ค่าจ้างในสหรัฐฯชะลอลง ช่วยจำกัดโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนจากการลงทุนและมาตรการภาครัฐ แต่แรงส่งจากการบริโภคอาจแผ่วล" โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2.1% ในปี 2569 แม้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว แต่ยังมีแรงส่งจากการส่งออกและการลงทุน โดยในเดือนกรกฎาคมดัชนีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวลดลง (PCI +3.2% YoY จาก +4.6% เดือนมิถุนายน) แม้ยังมีแรงหนุนจากมาตรการรัฐ สำหรับดัชนีการลงทุนภาคเอกชนยังเติบโตสูง (PII +12.9% จาก +18.6%) แม้จะชะลอลงบ้างตามการนำเข้าสินค้าทุนที่เร่งตัวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำขยายตัวต่อเนื่อง (+25.4% จาก +24.8%) และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น (2.5 ล้านคน จาก 2.1 ล้านคน) ในระยะต่อไป วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงส่งจาก 3 ปัจจัยหลัก 1) การลงทุนภาคเอกชน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ช่วงครึ่งปีแรกที่ขยายตัวต่อเนื่อง (+36.7%) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว (+100%) รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนผ่านโครงการ Thailand FastPass 2) การส่งออกในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก และวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ 3) ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ อย่างไรก็ดี การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจถูกจำกัดจากหลายปัจจัย อาทิ 1) การบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มสูญเสียแรงส่งภายหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น เนื่องจากรายได้โตต่ำและหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง 2) ภาวะเอลนีโญที่จะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตร รายได้เกษตร และภาคการผลิตที่เกี่ยวข้อง 3) สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และ 4) มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |