| ||||||
.
***ECL ที่ลดลงช่วยพยุงกําไรของกลุ่ม - KKP เติบโตโดดเด่นที่สุด
นอกจากนี้ คาดว่า ECL จะลดลง 1.8% qoq และ 9.6% yoy โดยหลักมาจากฐานการตั้งสํารองที่สูงของ BBL และ TISCO หากไม่รวมสองธนาคารดังกล่าว ECL ของธนาคารอื่นคาดลดลงราว 5-6% yoy จากการเร่งบริหารจัดการหนี้ และ การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด
โดยรวมคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แม้สินเชื่อรายย่อยยังเป็นความเสี่ยงสําคัญท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง BBL คาดมีกําไรลดลง yoy มากที่สุด รองลงมา คือ KTB และ SCB ขณะที่ KKP คาดมีกําไรเติบโตสูงสุด ส่วน TISCO คาดมีกําไรเติบโต yoy จาก NII ที่เพิ่มขึ้น และ ECL ที่ลดลง
***คงคําแนะนํา NEUTRAL ชู BBL-KTB เป็น Top picks
อย่างไรก็ตาม คาดกําไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารใน 9 เดือน ปี 69 อยู่ที่ 167,519 ล้านบาท (-5.3% yoy) คิดเป็น 78% ของประมาณการทั้งปี
โดยคาดกําไรไตรมาส 4/69 จะยังเป็นจุดตํ่าสุดของปี จากค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลที่สูงขึ้น การตั้งสํารอง ECL ก่อนสิ้นปี และ รายได้ค่าธรรมเนียมบางประเภทชะลอตัว เช่น รายได้จากธุรกรรมในตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ เพราะเป็นช่วงเทศกาล ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา(ปี 2023-2025) กําไรไตรมาส 4 คิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ย 22% ของทั้งปี
คงนํ้าหนักเท่ากับตลาดสําหรับกลุ่มธนาคาร เพราะ SETBANK ซื้อขายที่ 1.1x 2026E P/BV หรือ สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต +3SD
ทั้งนี้ BBL (TP 240) และ KTB (TP 47.30) ยังคงเป็น Top Picks เนื่องจากจะได้รับประโยชน์จากการสิ้นสุดวัฏจักรการลดดอกเบี้ย ทั้งสองธนาคารมีสภาพคล่องส่วนเกิน และ สัดส่วนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง ขณะที่ BBL ยังได้รับประโยชน์จากการถือหุ้น 98.7% ใน Bank Permata ซึ่งดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้นไปแล้ว 3 ครั้งปีนี้

ที่มา : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
.












