| ราคาทองคำตลาดโลกฟื้นตัว 0.6% เช้านี้ หลังร่วงลง 4% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อวันจันทร์ (28 ก.ย.) ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน ส่งผลให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงและเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ณ เวลา 11:42 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำตลาดสปอตปรับตัวขึ้น 0.6% สู่ระดับ 4,140.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นี้ ขณะที่ราคาน้ำมันยังปรับขึ้นต่อ หลังเจ้าหน้าที่อิหร่านแสดงไม่มั่นใจว่า จะสามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ได้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพ.ย. ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 7 วัน แรงขายบอนด์กระเพื่อม-หนุนยีลด์สูง กดดันราคาทอง ขณะเดียวกัน ราคาทองคำยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งบดบังความน่าสนใจของทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทั้งนี้ แรงเทขายในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังรุนแรงในวันจันทร์ หลังทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อแนวโน้มราคาพลังงานท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นหลายรุ่นอายุ โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิง พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี โดบบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้น 11 เบซิสพอยต์ แตะ 5.27% ในการซื้อขายที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี ก่อนลดช่วงบวกลง ขณะที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งแตะ 5.55% ส่วนยีลด์ระยะสั้นปรับขึ้นเช่นกัน หลังนักลงทุนเพิ่มคาดการณ์ว่า เฟดจะเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบคุมเข้มเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทั้งนี้ แรงเทขายพันธบัตรเริ่มสะสมมาตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. และเร่งตัวขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา และเพิ่มความแรงกดดันต่อเศรษฐกิจจากต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้น แรงขายกดทองก.ย. ร่วง 7% - จับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด ราคาทองคำร่วงลงราว 7% ในเดือนก.ย. แม้ก่อนหน้านี้จะพุ่งแตะระดับ 4,510 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนก็ตาม หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูงเนื่องจากราคาพลังงาน และส่งสัญญาณว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยขณะนี้นักลงทุนประเมินโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนต.ค. อยู่ที่ราว 70% นักวิเคราะห์จาก China Zheshang Bank ระบุว่า “ปริมาณการซื้อขายทองคำมีความหนาแน่นบริเวณระดับราคาสูงสุดของเดือนก.ย. ทำให้เมื่อราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น มีโอกาสเผชิญแรงขายจากนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงราคาดังกล่าว ส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้นต่อได้ยากในระยะสั้น” นอกจากนี้ยังระบุว่า นักลงทุนที่เข้าซื้อทองคำในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงมีแนวโน้มขายออกเมื่อราคาดีดตัวขึ้น ส่งผลให้การทะลุแนวต้านในระยะสั้นทำได้ยาก ขณะที่การกลับมาเป็นขาขึ้นของทองคำภายใต้แนวคิดการลงทุนที่มองว่าเงินดอลลาร์จะมีมูลค่าลดลงนั้น จำเป็นต้องมีปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคใหม่เข้ามากระตุ้น ด้าน ลิซา คุก หนึ่งในผู้ว่าการเฟดและสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพในอนาคตจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยแรงกดดันด้านราคาที่เกิดขึ้นในระยะใกล้ พร้อมเตือนว่า ปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทั่วทั้งเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากกำลังทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากร เช่น พลังงานและแรงงานก่อสร้าง โดยสะท้อนผ่านต้นทุนค่าไฟฟ้าและน้ำที่เพิ่มขึ้นราว 5% ในช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดกำลังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค. ในวันพุธนี้ รวมถึงข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย. ในวันศุกร์ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยต่อไป ที่มา Bloomberg (1) และ (2) |