| “อนุทิน” เผย S&P Global Ratings ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ BBB+ ระดับ Stable Outlook สะท้อนเสถียรภาพการคลังแกร่ง ด้านดึงอำนาจกำกับดูแล EEC จากนายพิพัฒน์ ยืนยันไม่มีรอยร้าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ได้ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับ BBB+ พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook ว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่ให้ความมั่นใจต่อนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สะท้อนต่อความมั่นใจของนานาชาติ และเป็นการทำให้ศักยภาพของประเทศไทยมีการยกระดับสูงขึ้น ผู้ที่จะมาลงทุน มาท่องเที่ยว มาใช้ชีวิตในประเทศไทยก็มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ขอย้ำว่าต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนและขอให้เราร่วมมือกันอย่างนี้ต่อไป ส่วนกรณีที่กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมแถลงข่าวการดำเนินคดีเกี่ยวกับการชักชวนลงทุน Forex โดยจะเปิดเผยข้อมูลบุคคลในแวดวงการเมืองและบันเทิง วันนี้ (19 มิ.ย.) โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นเรื่องของระดับ DSI จะไปทำอะไรทุกเรื่อง เดี๋ยวก็โดนผูกเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งไม่เกี่ยว เรื่องการทำผิดกฎหมายมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานป้องกันและปราบปราม นายกรัฐมนตรีไปจับผู้ร้ายแบบนั้นไม่ได้ ขณะที่กรณีดึงอำนาจการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับมาดูแลเองว่า นี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านพ้นตรงนั้นไปแล้ว ตอนนี้คือการเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อนำเม็ดเงินเข้ามาในประเทศมากที่สุด และใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต โดยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่ค่อนข้างสมบูรณ์ยังขาดเพียงเรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะมีทางเลือกอีกหลายทางเลือกด้านการขนส่งหรือโลจิสติกส์ เพราะมีทั้งสนามบินและท่าเรือ นอกจากแหลมฉบังก็ยังมีการจะขยายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ที่เชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ “ตอนนี้ผ่านจากช่วงโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องของการทำการตลาด ไม่มีอะไรต้องกังวลเพราะนายพิพัฒน์ต้องการจะนำโครงการกลับมาคืนผมทุกวัน และมีการพูดคุยกันตลอด ซึ่งตอนแรกจะมอบให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแล แต่ช่วงนี้ตนเดินทางบ่อย มีการพบกับภาคเอกชนมากมายทั้งในและต่างประเทศ จึงนำกลับมาดูเพื่อที่จะขับเคลื่อนให้เร็วมากขึ้น”นายอนุทิน กล่าว ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งภายใน และยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องสัญญาโครงการเชื่อมรถไฟฟ้าสามสนามบิน อย่านำไปผูกเรื่องเพราะเป็นคนละเรื่องกัน โครงการเชื่อมรถไฟสามสนามบินเราต้องดูสัญญาและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |