| เป็นช่วงปรับอุปสงค์กับอุปทานให้สมดุลEvent แนวโน้มธุรกิจ 2H69F และปรับลดกำไรกับราคาเป้าหมายใหม่ lmpact ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ 2Q69 SISB ได้จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ เพื่อชี้แจงงบ 2Q69 รวมถึงแนวโน้มธุรกิจ2H69F และปี 2570F i) อุปสรรคในการเติบโตและการปรับลดเป้าหมาย: จากการประชุมหลังประกาศผลงาน 2Q69 ของบริษัท โดยมองผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ จำนวนนักเรียนจีนที่เข้าเรียนชะลอตัวและการแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้นทำให้ SISB ต้องปรับลดเป้าจำนวนนักเรียนปี 2569 ลงมาที่ 4,400–4,600 คน (จากเป้าหมายเดิม 4,800 คน) โดยคาดว่าภาพรวมของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติจะยังคงอยู่ในช่วงปรับตัวต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ii) เน้นเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลยุทธ์แทนการขยายตัวเชิงรุก: แทนที่จะเร่งขยายธุรกิจในทุกด้าน บริษัทให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการดำเนินงาน (operational efficiency) มากขึ้น (เช่น การปรับให้นักเรียนระดับมัธยมปลายจากระยองไปเรียนที่สาขาประชาอุทิศ) กับเร่งเพิ่มจำนวนนักเรียนที่แคมปัส Marina (โรงเรียนแห่งใหม่ล่าสุด) โดยตั้งเป้าให้ถึงจุดทำกำไรภายใน 3–4 ปี iii) การจัดสรรเงินทุนอย่างระมัดระวัง: แม้จะมีโรงเรียนอื่นติดต่อเข้ามาเพื่อเสนอขายกิจการและผู้ถือหุ้นต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ฝ่ายบริหารยังเก็บเงินสดไว้เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว (4–5 ปี) โดยให้อัตราการจ่ายเงินปันผลให้เหมาะสมที่ 50% แทนการใช้กู้ยืมหนี้ที่สูงเกินไป iv) เป็นช่วงที่อุตสาหกรรมนี้ปรับตัวอยู่: ฝ่ายบริหารคาดภาพรวมของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติจะยังคงอยู่ในช่วงการรวมตัวกัน/ปรับตัวกันต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ขณะที่แนวโน้มที่ไม่โดดเด่นของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติจะยังคงอยู่ต่อไปใน 2H69 และปี 2570 จากครอบครัวที่มีงบประมาณจำกัดเริ่มลดการใช้จ่ายลงหรือหันไปเลือกโรงเรียนหลักสูตรสองภาษา (bilingual) ในประเทศที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น กรณีนี้จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงเรียนนานาชาติต้องปรับลดเป้าหมายการขยายธุรกิจลง ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F และปี 2570F ลงอีกครั้ง เราปรับลดประมาณการกำไรเพื่อสะท้อน i) จำนวนนักเรียนที่อาจต่ำกว่าคาด และ ii) margin ถูกกดดันจากการรายได้ที่เติบโตต่ำกว่าคาด ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F ลง 7.7% ที่ 816 ลบ. (-15.2% YoY) และปี 2570F ลง 7.5% ที่ 846 ลบ. (+3.8% YoY) (Figure 2) ขณะเดียวกัน เราปรับลดสมมติฐานจำนวนนักเรียนอย่างระมัดระวัง โดยคาดว่าจำนวนนักเรียนปี 2569F จะอยู่ที่ 4,400 คนและปี 2570F ที่ 4,500 คนจากเดิมที่ 4,700 และ 4,800 คน ตามลำดับ นอกจากนี้ เรายังปรับลดสมมติฐาน gross margin ปี 2569F ลงเหลือ 51.0% และ ปี 2570F ลงที่ 51.5% จากเดิมที่ 52.0% ในทั้งสองปี Valuation & action เรายังคงมุมมองแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของ SISB มีข้อจำกัด ซึ่งได้สะท้อนอยู่แล้วในประมาณการกำไรใหม่ของเรา อย่างไรก็ดี SISB ยังสามารถให้ dividend yield ที่น่าพอใจเกือบ 5% ต่อปี ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ถือ” และปรับราคาเป้าหมาย DCF ปี 2570F ลงที่ 9.70 บาท จากเดิม 10.50 บาท Risks การแข่งขันในตลาดสูง โรคระบาดและเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด Parin Kitchatornpitak, IAA 66.2658.8888 Ext. 8858 parink@kgi.co.th |