| ซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า การดำเนินงานของสถานที่ตั้งด้านพลังงานหลายแห่งในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศต้องหยุดชะงักลง หลังเกิดเหตุโจมตีและทำให้เกิดเพลิงไหม้ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดล่าสุดในพื้นที่ชายแดนติดกับเยเมน สำนักข่าวของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียรายงานวันนี้ (8 ก.ย.) โดยอ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานระบุว่า เหตุโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวไม่ได้ระบุชื่อโรงงานหรือสถานที่ด้านพลังงานที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ ขณะที่กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียและ Saudi Aramco ไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติม พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบียเผชิญเหตุโจมตีหลายระลอก นับตั้งแต่กลุ่มฮูตีประกาศว่าจะปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้การปิดล้อมกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (7 ก.ย.) โรงกลั่นน้ำมันในเมืองยาซานถูกโจมตีอีกครั้ง หลังโรงกลั่นน้ำมันขนาดกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรลต่อวันในพื้นที่ดังกล่าวต้องปิดดำเนินงานจากการโจมตีครั้งก่อนเมื่อเดือนก.ค. เหตุโจมตีล่าสุดยังสร้างความกังวลต่อตลาดพลังงานว่า อาจทำให้อุปทานน้ำมันหยุดชะงักลงอีก ขณะที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น ท่ามกลางการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นยังมีแนวโน้มทำให้ราคาน้ำมันในตลาดลอนดอนกลับไปใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านอิหร่านส่งสัญญาณเตือนว่า จะใช้แนวทางที่แข็งกร้าวมากขึ้นต่อสหรัฐฯ และล่าสุดได้ปรับโครงสร้างลำดับชั้นในกองทัพ โดยโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน โพสต์บน X ว่า “เราได้ปรับแนวทางในการปฏิบัติการต่อเรือรบและฐานทัพของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ และจะตอบโต้สงครามเศรษฐกิจด้วยการกำหนดเขตห้ามเดินเรือทั่วอ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงแนวพื้นที่ปิดล้อม” เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีโรงกลั่นในเครือ Saudi Aramco ที่เมืองยาซาน 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยหนึ่งในการโจมตีพุ่งเป้าโรงกลั่นและทำให้เกิดเพลิงไหม้ ขณะที่อีกเหตุการณ์สร้างความเสียหายแก่ถังเก็บเชื้อเพลิงภายในโรงงาน ที่มา Bloomberg อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |