สหรัฐฯ เสนอแนวทางใหม่ที่จะห้ามห้องปฏิบัติการทดสอบในประเทศที่ไม่มีข้อตกลงการรับรองความร่วมมือ (MRA) รวมถึงจีน จากการรับรองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับตลาดสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบผู้ผลิต ต้นทุนส่งออก และห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดนอย่างมีนัยสำคัญ หากมาตรการนี้เดินหน้าตามแผน ห้องปฏิบัติการมากกว่า 150 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในแผ่นดินจีนอาจไม่สามารถรับรองการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายในช่วง 2 ปี ข้างหน้า
ทำไมสหรัฐฯ จึงแบนห้องปฏิบัติการจีน
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อจำกัดการรับรองสินค้าจากห้องปฏิบัติการในประเทศที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบ MRA โดยเฉพาะจีน ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญด้าน certification, testing lab และ export compliance ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ผู้ผลิตที่เคยใช้ห้องปฏิบัติการในจีนต้องหาช่องทางรับรองใหม่ ส่งผลให้ระยะเวลาการส่งออกยาวขึ้นและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
มาตรการนี้ยังสะท้อนความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งที่ยังคงกดดันภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน จีนได้ประณามการเคลื่อนไหวดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ยกเลิกการรับรองให้กับห้องปฏิบัติการจีน 15 แห่ง อีกด้วย
ผลกระทบต่อผู้ผลิตและห่วงโซ่อุปทาน
ผลกระทบโดยตรงจะตกอยู่กับผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องพึ่งพาห้องปฏิบัติการทดสอบในจีน เพราะอาจมีต้นทุนสูงขึ้นจากการย้ายกระบวนการรับรองไปยังแหล่งอื่น และอาจเผชิญความล่าช้าในขั้นตอนการปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาดสหรัฐฯ
ในระดับ Sector ภาคอิเล็กทรอนิกส์และห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดนอาจเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีการผลิตและทดสอบสินค้าหลายขั้นตอนในภูมิภาคเอเชีย ส่วนในภาพรวมของตลาด มาตรการนี้อาจยิ่งตอกย้ำแรงกดดันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ-จีน และเพิ่มความผันผวนให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้
- สหรัฐฯ จะประกาศและบังคับใช้แนวทางนี้เมื่อใด
- ผู้ผลิตจะย้ายห้องปฏิบัติการรับรองหรือปรับกระบวนการทดสอบไปที่ใด
- จีนจะตอบโต้ทางนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่