แรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยหนุนตลาด แต่เพิ่มความเปราะบาง
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า นักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้ หันมาใช้เงินกู้และมาร์จิ้นในการเข้าซื้อหุ้นมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุนของกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและทะลุระดับ 30 ล้านวอน ส่วนมาร์จิ้นเพิ่มเป็น 34 ล้านวอน แนวโน้มนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ KOSPI ปรับตัวขึ้น 2.6 เท่า จากปีก่อน และขึ้นไปแตะจุดสูงสุดกว่า 6,400 จุด ทำให้กระแสเก็งกำไรยิ่งร้อนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของการลงทุนหุ้นด้วยหนี้ไม่ได้หมายถึงความมั่นคงของตลาดเสมอไป เพราะเมื่อราคาหุ้นเริ่มอ่อนตัว นักลงทุนที่ใช้ margin loan อาจเผชิญความเสี่ยง forced selling หรือการถูกบังคับขายได้ทันที ความเสี่ยงดังกล่าวเด่นชัดเป็นพิเศษในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยวัย 20–30 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เลเวอเรจในการไล่ซื้อหุ้นตามกระแสตลาดมากขึ้น
หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มจับตา leverage risk อย่างใกล้ชิด
รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินของเกาหลีใต้เริ่มส่งสัญญาณเข้มงวดต่อพฤติกรรมการซื้อขายโดยใช้เลเวอเรจ โดยมุ่งลดความเสี่ยงที่เกิดจากการจูงใจให้ลงทุนเกินกำลังซื้อของรายย่อย ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์เกาหลีก็เริ่มออกคำเตือนเรื่องความเสี่ยงในกลุ่มเยาวชนตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างของตลาดหุ้นเกาหลี
“เราต้องระมัดระวังอย่างยิ่งต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้เพื่อการลงทุนในหมู่นักลงทุนรายย่อย เพราะหากตลาดผันผวน การถูกบังคับขายจะกระทบเป็นวงกว้าง” — Lee Chanjin, ผู้เกี่ยวข้องด้านการกำกับดูแลตลาด
คำเตือนดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่า การลงทุนหุ้นด้วยหนี้อาจสร้างแรงหนุนระยะสั้นให้กับดัชนี แต่ก็เพิ่มโอกาสของการเทขายต่อเนื่องหากราคาหุ้นสำคัญปรับตัวลง โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มักถูกใช้เป็นตัวนำตลาด เช่น Samsung Electronics, SK Hynix และ Hyundai Engineering and Construction ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนของนักลงทุนรายย่อยในช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะร้อนแรง
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป
- มาตรการกำกับดูแลของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการซื้อขายด้วยมาร์จิ้น
- พฤติกรรมการกู้ยืมของนักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้หลังตลาดผันผวน
- ความเสี่ยงการถูกบังคับขายหาก KOSPI ปรับตัวลงต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมระยะสั้น ตลาดยังต้องติดตามว่ามาตรการเข้มงวดจะช่วยลดความเสี่ยงเลเวอเรจได้มากเพียงใด และนักลงทุนรายย่อยจะชะลอการกู้ยืมเพื่อซื้อหุ้นหรือไม่ หากแรงซื้อจากเงินกู้ยังคงหนุนดัชนีต่อไป ความผันผวนของ KOSPI ก็อาจยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดแรงขายสวนทาง
มุมมองต่อการลงทุนและการติดตามข้อมูล
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนหุ้นด้วยหนี้ ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณของความเชื่อมั่น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการบริหารหนี้ของนักลงทุนรายย่อยด้วย ผู้ลงทุนจึงควรติดตามทั้งแนวโน้มของตลาด การกำกับดูแล และระดับความเสี่ยงของพอร์ตอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาหุ้นและดัชนีปรับขึ้นเร็วเกินปัจจัยพื้นฐาน