| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงในวันพุธ (9 ก.ย.) โดยถูกกดดันหลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่หุ้น Apple ปรับตัวลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญเดือนส.ค. ในสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,380.66 จุด ลดลง 405.41 จุด (-0.77%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,636.36 จุด ลดลง37.16 จุด (-0.48%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,253.34 จุด ลดลง 168.07 จุด (-0.64%) บรรยากาศการซื้อขายในตลาดถูกกดดัน หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่ออุปทานน้ำมันโลก ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก หุ้น Apple ปิดลดลง 0.3% หลังบริษัทจัดงานเปิดตัว iPhone ครั้งแรกภายใต้การบริหารของ จอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2023 แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10-20 ปี มูลค่าสูงสุด 6,000 ล้านดอลลาร์ก็ตาม โดยนักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่ามูลค่าการซื้อจะสูงกว่านี้ อยู่ที่ราว 8,000-10,000 ล้านดอลลาร์ ตลาดยังจับตาดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยขณะนี้นักลงทุนประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าไว้ที่ 60% ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานของ S&P500 เพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่น ๆ ปรับตัวลง - หุ้น Meta พุ่งขึ้นกว่า 6% ซึ่งช่วยจำกัดการปรับตัวลงของดัชนี S&P 500 หลังบริษัทเปิดตัวผู้ช่วย AI ที่พัฒนามาเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถทำงานอัตโนมัติต่าง ๆ เช่น ส่งอีเมล ขายรถ หรือจองทริปท่องเที่ยวแทนผู้ใช้งาน - หุ้น Alphabet ลดลง 2.3% หลังบริษัทแม่ของ Google เปิดเผยแผนลงทุน 15,100 ล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อยในโครงสร้างพื้นฐาน AI ในฟินแลนด์ตลอด 2 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงข้อตกลงขนาดใหญ่เพื่อจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ - ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียเพิ่มขึ้น 0.37% นำโดยหุ้น Advanced Micro Devices ที่เพิ่มขึ้น 3% - หุ้น Dow บริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ ลดลง 0.6% หลังบลูมเบิร์กรายงานว่า กำลังพิจารณาถอนตัวออกจากความร่วมมือมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์กับ Saudi Aramco ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 14,700 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 14,900 ล้านหุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 7 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 25 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 41 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 170 ตัว ที่มา Reuters อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |